เต็มไปด้วยดราม่า! อังกฤษ 10 คน เฉือนเจ้าภาพ เม็กซิโก 3-2 ทะยานรอบ 8 ทีม
“สิงโตคำราม” อังกฤษ อดีตแชมป์โลก 1 สมัยเมื่อปี 1966 ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ทะยานผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ หลังเฉือนชนะเจ้าภาพร่วม “จังโก้” เม็กซิโก 3-2 ในเกมที่เต็มไปด้วยดราม่าของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย ที่เอสตาดิโอ อัซเตก้า ใจกลางกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 กรกฎาคม
เม็กซิโก ทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการคว้าชัยชนะรวด 3 นัด เก็บ 9 แต้มเต็ม ยังไม่เสียประตู เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มเอ ทะลุรอบน็อกเอาต์ 32 ทีม และเอาชนะ เอกวาดอร์ 2-0 ผ่านมาถึงรอบนี้ ขณะที่ อังกฤษ ลงเตะรอบแรก ชนะ 2 เสมอ 1 มี 7 แต้ม เป็นอันดับ 1 กลุ่มแอล เข้ารอบ 32 ทีมก่อนเอาชนะ ดีอาร์ คองโก 2-1 จนทะยานสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
แมตช์นี้ เม็กซิโก ภายใต้การคุมทัพของ ฮาเวียร์ อากีร์เร่ กุนซือเม็กซิกันวัย 67 ปีส่งผู้เล่นตัวจริงนำโดย เซซาร์ มอนเตส ปราการหลังกัปตันทีม คุมแนวรับร่วมกับ โฮอัน วาสเกซ ขณะที่แดนกลางมี เอริก ลิร่า ส่วนแนวรุกมี โรเบร์โต้ อัลวาราโด้, ฮูเลียน กินโญเนส และราอูล ฮิเมเนซ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า
ขณะที่ อังกฤษ ของ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือจอมแท็กติกชาวเยอรมันวัย 52 ปี จัดทัพนักเตะตัวจริงโดยมี จอร์แดน พิคฟอร์ด ลงเฝ้าเสา ส่วนแนวรับมี เอซรี่ คอนซ่า และมาร์ค เกฮี ยืนเซ็นเตอร์แบ๊ก แดนกลางมี เอลเลียต แอนเดอร์สัน และดีแคลน ไรซ์ ด้านแนวรุกจัดเต็มทั้งบูกาโย่ ซาก้า, แอนโธนี่ กอร์ดอน, จู๊ด เบลลิงแฮม และแฮร์รี่ เคน กองหน้าดาวซัลโวประจำทีมสวมปลอกแขนกัปตันทีมลงประจำการเช่นเดิม
เกมนี้ต้องเลื่อนการแข่งขันจากกำหนดเดิมออกไป 1 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีฝนตกลงมาหนาเม็ด และมีความเสี่ยงฟ้าผ่าบริเวณสนาม ก่อนกลับมาเปิดฉากครึ่งแรกเกมเดือดตั้งแต่ต้น โดยทั้งสองทีมต่างเดินหน้าเปิดเกมบุกแลกใส่กัน และเข้าปะทะแย่งบอลกันไม่ยั้งตรงกลางสนาม
จากนั้นอังกฤษรัวยิง 2 ประตูภายใน 2 นาที เริ่มจากนาทีที่ 36 จากเกมโต้กลับบอลไปถึง บูกาโย่ ซาโก้ ตักบอลเข้าเขตโทษให้ จู๊ด เบลลิงแฮม พุ่งโขกบอลตุงตาขาย และนาทีที่ 38 แฮร์รี่ เคน แทงบอลให้กับ จู๊ด เบลลิงแฮม พุ่งชาร์เข้าไปให้อังกฤษออกนำ 2-0 แต่นาทีที่ 42 เม็กซิโก ตีไข่แตกไล่มา 1-2 จากการเล่นลูกฟรีคิกบอลตกเข้าทาง ฮูเลียน กินโญเนส ตะบันเต็มข้อ และหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
เข้าสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 53 อังกฤษ ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ จาเรลล์ ควอนซาห์ แบ๊กวางทัพสิงโตคำรามไปพุ่งเสียบสกัดเปิดปุ่มใส่ เฆซุส กัลยาร์โด้ ทำให้ผู้ตัดสินต้องไปเช็ก VAR ก่อนควักใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่นาทีที่ 58 อังกฤษได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ แอนโธนี่ กอร์ดอน โดน ราอูล รังเคล นายทวารจังโก้ปัดล้มลงไปในเขตโทษ และเป็น แฮร์รี่ เคน รับหน้าที่สังหารไม่พลาดเข้าไปให้อังกฤษหนีเป็น 3-1 และนับเป็นประตูที่ 6 ในทัวนาเมนต์นี้ รวมทั้งเป็นประตูที่ 85 ของเคนในนามทีมชาติอังกฤษจากการลงสนามเป็นนัดที่ 119
นาทีที่ 66 เม็กซิโก ได้ลูกจุดโทษบ้างจากจังหวะที่ แฮร์รี่ เคน ไปเตะสกัดข้อเท้า ไบรอัน กูเตียร์เรซ ตัวสำรองของเม็กซิโกล้มลงไปในเขตโทษ และเป็น ราอูล ฮิเมเนซ ย่องเข้าไปยิงเข้าประตูไปช่วยให้เม็กซิโกไล่ตามมาเป็น 2-3 และเป็นประตูที่ 3 ของราอูล ฮิเมเนซ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้
หลังจากนั้นอังกฤษเน้นแพ็คเกมรับเหนียวแน่น ขณะที่ เม็กซิโก โยนบอลเข้าไปกดดันในเขตโทษ แต่เจาะไม่เข้า จบเกม อังกฤษ เฉือนชนะ เม็กซิโก 3-2 ส่งผลให้อังกฤษทะยานผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เข้าไปพบกับ นอร์เวย์ ที่ไมอามี สเตเดียม เมืองไมอามี การ์เด้นส์ รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 12 กรกฎาคม เวลา 04.00 น. ส่วน เม็กซิโก ตกรอบไป

