ส.ยิงปืน งัดหลักฐานโต้แม่กัปตัน ไม่ผ่านคัดเอเชี่ยนเกมส์ เชื่อมีเงามืดอยู่เบื้องหลัง
จากประเด็นดราม่าที่ นางพรพักตร์ ภูริหิรัญพัชร์ แม่ของ “กัปตัน” อิสรานุอุดม ภูริหิรัญพัชร์ นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยวัย 22 ปี เข้าร้องเรียนกับ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หลังถูกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยกลั่นแกล้ง แก้ระเบียบไม่ส่งเข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 แม้ผลงานผ่านเกณฑ์
ล่าสุด “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ นายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว รู้สึกเฉยๆ เพราะเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง ซึ่งต้องเล่าย้อนไปถึงโอลิมปิกเกมส์ 2021 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อิสรานุอุดม ภูริหิรัญพัชร์ ผ่านการคัดเลือกได้เข้าร่วมการแข่งขันในวัย 16 ปี สรุปครั้งนั้นเจ้าตัวก็ตกรอบแรกไป หลังจากนั้นคุณแม่ของเขาก็ได้ไปให้ข่าวว่าสมาคมไม่ได้ให้การสนับสนุน ไม่ให้กระสุนในการฝึกซ้อม ซึ่งครั้งนั้นสมาคมไม่ได้ให้จริง เนื่องจากเจ้าตัวไม่ยอมมาซ้อมที่สมาคม แต่แยกไปซ้อมคนเดียวที่ จ.นครราชสีมา
“ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ครั้งนั้น แม่ของอิสรานุอุดม มาโวยวายว่าจะขอไปกับลูกด้วย ซึ่งสมาคมยืนยันว่า ไม่สามารถไปได้ เพราะตัวคุณแม่ไม่ใช่โค้ช แต่สุดท้ายก็ได้ไปตามที่ต้องการ มาถึงในการพิจารณาคัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ สมาคมเปิดคัดเลือกทั้งหมด 3 ครั้ง ทุกๆ 3 เดือน ซึ่งการแข่งขันคัดเลือก รอบสุดท้าย 2 รอบ (แข่งขันรอบแรก คัดเอา 8 คนมาแข่งขันรอบสุดท้าย) เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม และเมษายนที่ผ่านมา ทุกคนก็มาคัดรวมถึงนักกีฬาคนนี้ด้วย ซึ่งการแข่งขันจะนับคะแนนรวม เอาอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละประเภทไปเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งระเบียบต่างๆ สมาคมได้ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว นักกีฬาทุกคนก็ทราบดี รวมถึงคุณแม่ของอิสรานุอุดม”
นายกสมาคมกีฬายิงปืน กล่าวอีกว่า แม่อิสรานุอุดมได้เข้ามาคุยกับเลขาสมาคมก่อนแล้วด้วย การที่ไปบอกว่านักกีฬาที่ได้เป็นของนายกสกล อันนี้ไม่เป็นความจริง สมาคมมีหลักฐานชัดเจนว่า อิสรานุอุดม คัดเลือก 2 รอบจบอันดับ 3 ไม่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งแม่ของกัปตัน พอรู้ว่าลูกจบอันดับ 3 ก็ได้เข้ามาคุยกับสมาคม ขอให้ส่งอันดับ 3 ไปด้วย ซึ่งสมาคมยืนยันชัดว่าไม่ได้ เนื่องจากระเบียบให้ได้แค่อันดับ 1 และ 2 เท่านั้น
“ตั้งแต่เข้ามาเป็นนายกสมาคม กำชับว่าห้ามซื้อขายลูกกระสุนเด็ดขาด เพราะผิดกฎหมาย และไม่เคยลงไปยุ่งกับนักกีฬาหรือผู้ปกครองเลย ทำหน้าที่บริหารเท่านั้น ดังนั้นไม่มีเอื้อประโยชน์ หรือทำให้ใครเสียผลประโยชน์แน่นอน ผู้ปกครองเป็นผู้สนับสนุนลูกก็จริง แต่ในการแข่งขัน การฝึกซ้อมไม่ควรเข้าไปยุ่ง ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่โค้ช ผู้ปกครองควรดูอยู่ห่างๆ การที่ไปบอกกับรัฐมนตรีฯ ว่าคนที่ได้เป็นคนของผมนั้นไม่จริง”
นายกสมาคมกีฬายิงปืน กล่าวทิ้งท้าย ใบรายงานสรุปคะแนนที่ออกมาจากเครื่อง ที่เชื่อมกับโปรแกรมซีอูซ (Sius) ซึ่งได้รับการยอมรับและนิยมระดับโลก ไม่สามารถแก้ไขคะแนนได้ ดังนั้นการที่ไปร้องต่อ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เชื่อว่าเป็นกระบวนการดิสเครดิต มีคนอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน ส่วนหากท่านรัฐมนตรีฯ อยากได้ข้อมูลต่างๆ สมาคมยินดีให้ข้อมูลทั้งหมด




