อนาถ! ‘ฉัตร์ชัย บุตรดี’ สุดทนโพสต์แฉทีมนักชกไทยถูกปล่อยให้กินข้าวกับน้ำปลาช่วงซ้อมคิวบา

16.06.17 | 11:12 น.

ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงานว่า เมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา “สด” ฉัตร์ชัย บุตรดี กำปั้นจอมเก๋าทีมชาติไทยที่อยู่ระหว่างการปักหลักร่วมทีมขุนพลมวยเสื้อกล้ามไทยฝึกซ้อมอยู่ที่ประเทศคิวบา ออกโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตัดพ้อถึงสมาคมกีฬามวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย โดยระบุว่า “เรามาถึงจุดๆ นี้ได้ไง…จุดที่กินข้าวกับน้ำปลา กินข้าวกับรสดีผสมน้ำ” พร้อมกับแท็กข้อความไปถึงสมาคมมวย จากนั้นอีก 2 ชั่วโมงต่อมา ฉัตร์ชัยออกมาโพสต์อีกรอบ โดยระบุว่า “ดีๆ จะได้รู้กัน เอาให้หนัก..!!”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฉัตร์ชัยออกมาแฉสมาคมกีฬามวยสากลฯ ที่ปล่อยให้นักชกต้องกินข้าวกับน้ำปลานั้น ทำให้แฟนกีฬาในโลกโซเชียลต่างคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยตำหนิการบริหารงานของสมาคมกีฬามวยสากลฯชุดนี้ที่ไม่ดูแลนักกีฬา ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุที่นักชกไทยล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ที่ผ่านมา

ด้าน พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา เลขาธิการสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสมาคมดูแลนักกีฬามวยทั้งหมดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของเงินไม่เคยมีปัญหา ทั้งเรื่องของเงินเดือน เบี้ยเลี้ยงนักกีฬา สมาคมจ่ายครบจำนวนตลอด ดูแลนักกีฬาเปรียบเสมือนลูกหลาน ไม่ว่านักกีฬาคนใดเจ็บป่วยก็พาไปหาหมอดูแลอย่างสม่ำเสมอ สำหรับกรณีที่สมาคมส่งนักกีฬาไปเก็บตัวหรือฝึกซ้อมยังต่างประเทศ สมาคมได้ตั้งเบิกงบประมาณในการฝึกซ้อมของนักกีฬา รวมถึงเรื่องค่าที่พักและค่าอาหาร จำนวนมากพอที่จะใช้ในช่วงเวลาเก็บตัว ไม่น่าจะใช่ปัญหาเรื่องเงิน

“กรณีของฉัตร์ชัยที่ออกมาโพสต์เช่นนี้ ก็อาจจะเป็นการเข้าใจผิดในการสื่อสารหรือเกิดปัญหาในเรื่องของความสะดวกในการออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารมากกว่า ซึ่งตลาดสดอาจจะอยู่ไกลจากที่พัก ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของเงินที่ไม่พอแต่อย่างใด นอกจากนี้ สมาคมยังมีล่ามคนไทยที่คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องแปลภาษา รวมทั้งประสานงานในเรื่องต่างๆ ตลอดเวลาที่เก็บตัวอยู่ที่นั่นด้วย ซึ่งล่ามที่ไปก็คุ้นเคยกับประเทศคิวบาเป็นอย่างดี เพราะเรียนและทำงานอยู่ที่นั่นหลายปี ตอนนี้สมาคมพยายามสอบถามสาเหตุจากหัวหน้าสต๊าฟโค้ชและตัวนักมวยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นถึงออกมาโพสต์ตัดพ้อเช่นนั้น เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ของสมาคมเสียหาย” พล.ต.ท.ชัยวัฒน์กล่าว

Advertisement