ปอ-ตนุภัทร เปิดเอกสารกติกาการแข่งขันโกคาร์ท เรียกร้องฝ่ายจัด 2 ข้อ
จากกรณีดราม่าสนั่นวงการมอเตอร์สปอร์ตเยาวชนและบันเทิงไทย สำหรับการแข่งขันรถโกคาร์ทเยาวชนรายการ TrueVisions – TOYOTA Junior Kart Championships 2026 สนามที่ 3 ซึ่งจัดโดย 2W Karting ที่สนามพีระเซอร์กิต จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา
โดยหลังจบการแข่งขันแล้ว แต่มีการประท้วงเรื่องสภาพเครื่องยนต์ในรุ่น CADET B อายุ 8-9 ขวบ หลัง น้องพายุ ลูกชายของ ชมพู่-อารยา และ น็อต วิศรุต เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 แต่มีการประท้วงเกี่ยวกับสภาพเครื่องยนต์ของรถแข่งจาก ปอ-ตนุภัทร พ่อของ น้องแมคลาเรน จนเกิดข้อถกเถียงเรื่องความถูกต้องและความเท่าเทียมในการแข่งขัน
ล่าสุด ปอ-ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ ในฐานะผู้จัดการทีม TNP Motorsport ที่ส่งลูกชาย น้องแมคลาเรน เข้าร่วมการแข่งขัน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Thanupat Lerttaweevit เป็นภาพเอกสารกติกาของการแข่งขันที่ผู้จัดการแข่งขันได้แจกให้กับผู้ปกครองและนักแข่งขันโครงการ 2026 พร้อมกับข้อความร่ายยาวระบุว่า เด็กทั้ง 21 คนที่ลงสนามวันนั้น ไม่ควรมีใครต้องเสียใจ เพราะความผิดพลาดของผู้ใหญ่
ผมขอเริ่มด้วยความจริงข้อหนึ่งก่อนครับ ผมเป็นพ่อของน้องแมคลาเรน ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ในรุ่นนี้ ผมเข้าใจดีว่าหลายท่านอาจมองว่าผมออกมาพูด เพราะลูกแพ้ ผมจึงขอยืนยันตั้งแต่ต้นว่า ผมไม่ได้เรียกร้องให้เปลี่ยนอันดับการแข่งขัน และไม่ได้ต้องการถ้วยรางวัลอันดับ 1 มาให้ลูกของผมครับ
ตลอดสองวันที่ผ่านมา ผมอ่านทุกความคิดเห็น ทั้งจากผู้ที่เข้าใจและผู้ที่มีมุมมองแตกต่างกัน ผมไม่โกรธใครเลย เพราะเชื่อว่าทุกคนที่แสดงความคิดเห็น ต่างก็รักและเป็นห่วงเด็กๆ เช่นเดียวกัน ภาพที่ติดอยู่ในใจผมมากที่สุด ไม่ใช่ถ้วยรางวัล แต่คือน้ำตาและความผิดหวังของเด็ก
หนึ่งในเด็กที่ต้องเสียใจคือน้องพายุ ซึ่งทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด ขับเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้ขึ้นรับถ้วยรางวัล เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมได้ฟังแล้วรู้สึกบีบคั้นหัวใจอย่างมาก
ขณะเดียวกัน ยังมีเด็กอีก 20 คน และครอบครัวของพวกเขา ที่มีสิทธิตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมในการแข่งขันครั้งนี้เช่นเดียวกัน ผมจึงอยากให้ทุกท่านเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริง และมองเรื่องนี้ด้วยหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ โดยไม่แบ่งแยกว่าเด็กคนไหนเป็นลูกของใคร ผมอยากแยกเรื่องนี้ออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนครับ
เรื่องแรก คือเรื่องของเด็กๆ
ลองนึกภาพเด็กอายุเพียง 8-9 ขวบ จำนวน 21 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็นลูกของคุณ
เด็กๆ สวมชุดแข่งที่ร้อนอบอ้าว สวมหมวกกันน็อกที่ทั้งหนักและใหญ่เมื่อเทียบกับตัวเอง นั่งอยู่หลังพวงมาลัยท่ามกลางแดดจ้า กล้าเร่งเครื่องเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ผู้ใหญ่หลายคนยังไม่กล้าทำ
พวกเขาฝึกซ้อมกันมาหลายเดือน ผ่านทั้งความร้อน ความเหน็ดเหนื่อย ความผิดหวัง บางคนเคยหลุดโค้ง เคยประสบอุบัติเหตุ เคยเจ็บตัว แต่ก็ยังลุกขึ้นมาฝึกซ้อมต่อ
ผมเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะเห็นลูกชายตัวเองผ่านทุกอย่างมากับตา และผมเชื่อว่าเด็กอีก 20 คน รวมถึงน้องพายุ ต่างก็ผ่านความพยายามเหล่านี้มาไม่ต่างกัน
นี่คือสิ่งที่ทุกคนควรภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะหรือเด็กคนใดก็ตามที่ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถ
เด็กทุกคนควรได้กลับบ้านพร้อมรอยยิ้ม พร้อมกำลังใจที่จะฝึกซ้อมต่อ และได้เรียนรู้ว่ากีฬาสอนให้เรารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และมีน้ำใจต่อกัน
ไม่ควรมีเด็กคนใดต้องเสียใจเพราะความผิดพลาดในการตัดสินใจของผู้ใหญ่ ไม่ว่าเขาจะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 หรืออันดับใดก็ตาม
เรื่องที่สอง คือเรื่องของผู้ใหญ่ทุกคน รวมถึงตัวผมเอง
ตั้งแต่วันรับรถ โครงการได้มอบเอกสารกติกาให้ผู้ปกครองทุกครอบครัว โดยมีข้อกำหนดสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานของรถและเครื่องยนต์
ข้อ 1 ระบุว่า “รถ Kart KR เครื่องยนต์ IAME X30/60cc พร้อมอุปกรณ์ ชิ้นส่วนเหมือนกันทุกชิ้น ไม่สามารถดัดแปลง เปลี่ยนชิ้นส่วนที่มิใช่ STD”
ข้อ 6 ระบุว่า “รถคาร์ททุกคันเหมือนกัน ทุกชิ้นเหมือนกัน”
นอกจากนี้ ตามข้อกำหนดของโครงการสำหรับรุ่น Cadet B ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการห้ามเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือเสื้อสูบเป็นรุ่นอื่นนอกเหนือจากมาตรฐานที่กำหนด
การตรวจสภาพเครื่องยนต์ก่อนการแข่งขันเป็นการตรวจเบื้องต้น ขณะที่การตรวจสอบหลังการแข่งขันจะเป็นการตรวจรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม
ประเด็นที่ผมตั้งคำถามในครั้งนี้ คือรถที่เข้าเส้นชัยอันดับ 1 ใช้เสื้อสูบ IAME ที่มีลักษณะตัวอักษรโลโก้ขนาดใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากรถอีก 20 คันที่ใช้เสื้อสูบโลโก้ขนาดเล็ก
จากข้อมูลที่ผมได้รับ มีข้อสงสัยว่าเสื้อสูบดังกล่าวอาจเป็นรุ่นเก่าประมาณปี 2014 ซึ่งนำมาใช้ร่วมกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้ในการแข่งขันปี 2026
จึงเกิดคำถามสำคัญว่าการนำเสื้อสูบต่างรุ่นมาใช้ร่วมกับเครื่องยนต์ที่โครงการกำหนด ถือเป็นการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ขัดต่อข้อบังคับของรุ่น Cadet B หรือไม่?
และเหตุใดรถเพียงคันเดียวจึงมีชิ้นส่วนที่แตกต่างจากรถอีก 20 คันในการแข่งขันรุ่นที่กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ให้เหมือนกัน?
นี่คือข้อเท็จจริงทางเทคนิคที่ผมต้องการให้คณะกรรมการตรวจสอบและชี้แจงอย่างชัดเจน โดยอ้างอิงเอกสารกติกาที่ผมแนบมาพร้อมข้อความนี้
ผมไม่ได้ต้องการตัดสินว่าใครกระทำผิดด้วยตัวเอง แต่ต้องการให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ และผ่านกระบวนการตรวจสอบมาได้อย่างไร
ผู้ปกครองส่วนใหญ่อย่างพวกเราไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ เราจึงมอบความไว้วางใจให้ทีมช่างและผู้จัดการแข่งขันดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา
ผมจึงไม่ได้ออกมาเพื่อกล่าวโทษครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง
ผมเชื่อในความตั้งใจดีของทุกครอบครัว รวมถึงพี่น็อตและพี่ชมพู่ ที่พาลูกมาสนามแข่งขันด้วยความรักและความหวังดี ไม่ต่างจากผม
สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ ผู้ใหญ่ทุกฝ่ายร่วมกันรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับข้อเท็จจริง และหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ โดยให้เด็กทั้ง 21 คนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ในท้ายเอกสารของโครงการยังระบุถึงเจตนารมณ์ของการแข่งขันว่า เป็นการมาร่วมสนุกกัน ไม่ใช่มาทะเลาะกัน และกีฬาคือการสร้างวินัยและน้ำใจนักกีฬาให้แก่ลูกหลาน
ผมเห็นด้วยกับเจตนารมณ์นี้ทุกประการ และเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ของเด็กทั้ง 21 คน ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
ผมจึงขอให้คณะกรรมการพิจารณาหาทางออกอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความรู้สึกของเด็กและผู้ปกครองทุกครอบครัว
เด็กไม่ได้เป็นคนเลือกเสื้อสูบ ไม่ได้เป็นคนกำหนดกติกา และไม่ได้เป็นผู้ตรวจสภาพรถ
การปล่อยให้เด็กอายุเพียง 8 ขวบต้องมารับผลกระทบจากการกระทำหรือการตัดสินใจของผู้ใหญ่ เป็นสิ่งที่เราควรช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
สิ่งที่จะทำให้ข้อกังขาครั้งนี้คลี่คลายได้ คือการยอมรับข้อเท็จจริง ชี้แจงสิ่งที่ถูกต้อง แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด และพัฒนาระบบตรวจสอบให้มีมาตรฐานเดียวกัน
เพื่อให้การแข่งขันครั้งต่อไป เด็กทุกคนได้เริ่มต้นจากจุดเดียวกันอย่างเป็นธรรมตั้งแต่ก่อนออกสตาร์ต
—
ผมจึงขอเรียกร้องต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขัน 2 ข้อ ดังนี้
1. ขอให้ประกาศผลและจัดพิธีมอบรางวัลโดยเร็วที่สุด
ผมขอให้คณะกรรมการพิจารณายุติข้อกังขาเกี่ยวกับรางวัลครั้งนี้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กๆ ได้รับการยอมรับในความพยายาม และมีโอกาสยืนบนโพเดียมอย่างภาคภูมิใจ
สำหรับผม ไม่ประสงค์จะเรียกร้องให้เปลี่ยนอันดับการแข่งขันหรือมอบถ้วยรางวัลอันดับ 1 ให้ลูกชาย
2. ขอให้ชี้แจงผลการตรวจสอบเครื่องยนต์หลังการแข่งขันอย่างละเอียดและเป็นทางการ
โดยชี้แจงต่อผู้ปกครองทุกครอบครัวถึงข้อเท็จจริง ข้อกำหนดที่ใช้พิจารณา และเหตุผลของคำวินิจฉัย
พร้อมกำหนดมาตรการตรวจสอบที่ชัดเจนตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับเด็กคนใดอีก
—
สุดท้ายนี้ ผมอยากพูดในฐานะพ่อคนหนึ่ง
ผมขอแสดงความยินดีกับน้องพายุ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความสามารถ และจิตใจของนักแข่งอย่างแท้จริง
รวมถึงขอแสดงความยินดีกับพี่น็อต พี่ชมพู่ และครอบครัว ที่ทุ่มเทดูแลและสนับสนุนลูกจนสามารถสร้างผลงานที่น่าภาคภูมิใจได้ขนาดนี้
ผมเชื่อว่าน้องพายุ น้องแมคลาเรน และเด็กทุกคนในสนามวันนั้น ยังมีเส้นทางอีกยาวไกลที่จะเติบโตในวงการ Motorsport ไปด้วยกัน
วันนี้พวกเขาอาจเป็นคู่แข่งกันในสนาม แต่ในอนาคตพวกเขาอาจได้เป็นเพื่อนร่วมทีมชาติไทย ช่วยกันนำธงชาติไทยไปโบกสะบัดบนเวทีโลก
ผมขอชื่นชมเด็กทั้ง 21 คนจากใจจริง เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทุกคนเก่งและยอดเยี่ยมมากครับ
ในฐานะพ่อ ผมเชื่อมั่นว่าผมยังสามารถฝึกฝน สนับสนุน และพัฒนาลูกชายให้เติบโตเป็นนักแข่งที่ดี และมีโอกาสก้าวไปสู่การเป็นแชมป์ได้ด้วยความสามารถของตัวเองในอนาคต
วันนี้ผมจึงตั้งใจสอนให้ลูกรู้จักความเสียสละ มีน้ำใจนักกีฬา และเข้าใจว่าการแข่งขันย่อมมีทั้งแพ้และชนะ
สำหรับการแข่งขันสนามนี้ ผมขอยืนยันว่า ผมยอมรับให้ลูกชายอยู่ในอันดับ 2 ตามผลการแข่งขันเดิม และไม่ขอรับรางวัลหรืออันดับอื่นเพิ่มเติม
ผมไม่ได้มองว่านี่คือการยอมแพ้ แต่เป็นการเลือกที่จะรักษามิตรภาพ น้ำใจนักกีฬา และความรู้สึกของเด็กๆ เอาไว้
เพราะผมเชื่อว่า การเป็นนักแข่งที่ดีไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนถ้วยรางวัล แต่ยังวัดจากจิตใจ ความมีวินัย ความเคารพในกติกา และการให้เกียรติคู่แข่งขัน
ผมอยากให้ลูกได้เรียนรู้ว่า บางครั้งการรู้จักคำว่า “ยอม” ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แต่หมายถึงการรู้จักเสียสละเพื่อสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าชัยชนะ
ผมมั่นใจว่าวันหนึ่งลูกจะเติบโตเป็นนักแข่งที่มีความสามารถ และสร้างผลงานที่น่าภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยได้
สำหรับผม นี่คืออีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของการเติบโตเป็นนักกีฬา และเป็นบทเรียนที่ผมอยากให้ลูกจดจำไปตลอดชีวิตครับ
ด้วยความเคารพต่อทุกครอบครัว และด้วยความปรารถนาดีต่ออนาคตของเด็กทั้ง 21 คน




