หน้าแรก กีฬา ทีมสปรินท์ไทย...

ทีมสปรินท์ไทยเก็บแต้มเพิ่มลุ้นตั๋วโอลิมปิก เสธ.หมึก วางเป้าคว้าเหรียญซีเกมส์ที่มาเลเซีย

15.10.26 | 11:41 น.

ทีมสปรินท์ไทยเก็บแต้มเพิ่มลุ้นตั๋วโอลิมปิก เสธ.หมึก วางเป้าคว้าเหรียญซีเกมส์ที่มาเลเซีย

ทีมสปรินท์ไทย “จาย-นรเศรษฐ์ธาดา-ยืนยง” ผลงานยอดเยี่ยม ทำเวลา 44.183 วินาที สร้างสถิติใหม่ทีมชาติ คว้าอันดับ 13 และเป็นอันดับที่ 3 ของเอเชีย ในศึกจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก 2026 ที่ประเทศจีน พร้อมเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2028 เพิ่มอีก 787.5 คะแนน ด้าน “เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี เตรียมวางแผนพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าคว้าเหรียญในการแข่งขันจักรยานลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2027 และกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่มาเลเซีย ก่อนเดินหน้าล่าแต้มสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028


“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ตามที่ สมาคมกีฬาจักรยานฯ ส่งนักปั่นประเภทลู่ทีมชาติไทยไปแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก UCI Track World Championships 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม 2569 ล่าสุด ได้รับรายงานจาก “โค้ชบีซ” ว่าที่ พ.ต.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ ผู้จัดการทีมชาติไทย ระบุว่าทีมสปรินท์ของไทยที่มี 3 นักปั่น ประกอบด้วย จาย อังค์สุธาสาวิทย์, นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และยืนยง เพชรรัตน์ ผลปรากฏว่าทีมนักปั่นไทยทำสถิติในการแข่งขัน 44.183 วินาที เป็นสถิติใหม่ของทีมชาติไทย ติดอันดับ 13 และเป็นอันดับ 3 ของเอเชียรองจากจีนและญี่ปุ่น

พล.อ.เดชา กล่าวว่า สำหรับจีนและญี่ปุ่นทะลุเข้าไปถึงรอบชิงเหรียญทองแดงก่อนที่จีนจะเฉือนชนะญี่ปุ่นคว้าเหรียญทองแดงไปครอง ในขณะที่ทีมเนเธอร์แลนด์ คว้าแชมป์โลกทีมสปรินท์ 2026 เอาชนะสหราชอาณาจักรในรอบชิงชนะเลิศ ส่วนผลงาน 3 นักปั่นทีมชาติไทยในศึกชิงแชมป์โลก เอาชนะได้ทั้งฮ่องกง และมาเลเซีย สองทีมที่เข้าไปชิงชัยเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ทำสถิติในรอบแรก 44.787 วินาที และ 44.851 วินาทีตามลำดับ

“จุฑาธิปรายงานเพิ่มเติมว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ยืนยงเป็นคนออกสตาร์ตทำเวลา 18.285 วินาที จายเป็นคนที่สองเวลา 12.548 วินาที และนรเศรษฐ์ธาดาเป็นคนสุดท้ายทำเวลา 13.350 วินาที ซึ่งเวลาของยืนยงกับจายนั้นเป็นสถิติใหม่ของตัวเอง ส่วนเวลาของนรเศรษฐ์ธาดา จากการวิเคราะห์ของสตาฟ์โค้ชทีมชาติไทย และ มร.เคร้ก แม็คลีน ผู้ฝึกสอนชาวอังกฤษของศูนย์ฝึกจักรยานโลก (WCC) ระบุว่าน่าจะยังมีผลกระทบทางจิตวิทยาจากการล้มที่เอเชียนเกมส์ ทำให้พลาดจากสถิติที่ควรทำได้ 13.000-13.100 วินาทีเป็นอย่างต่ำ” พลเอกเดชา กล่าว

Advertisement

พล.อ.เดชา กล่าวอีกว่า ผลการแข่งขันของทีมสปรินท์ในจักรยานชิงแชมป์โลก 2026 ซึ่งเป็นรายการคิดคะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2028 รายการแรก ทีมชาติไทยเก็บคะแนนประเดิมแล้ว 787.5 คะแนน จากการได้อันดับ 13 ซึ่งการคิดคะแนนคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ในจักรยานประเภทลู่ จะคิดคะแนนเฉพาะจากรายการชิงแชมป์โลก 2026 ที่ประเทศจีน และชิงแชมป์โลก 2027 ที่ประเทศฝรั่งเศส, การแข่งขันเวิลด์คัพ ฤดูกาล 2027 และ 2028 ซึ่งจะมีการแข่งขันฤดูกาลละ 3 สนาม และการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2027 ที่นิไลเวลโลโดรม ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 31 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ 2570 โดยโควตาประเภทลู่ เป็นกีฬาจักรยานเพียงประเภทเดียวที่จะไม่มีโควตาสำหรับแชมป์ทวีป แตกต่างจากประเภทถนน, บีเอ็มเอ็กซ์ และเมาเท่นไบค์

พล.อ.เดชา กล่าวต่อไปว่า จากผลงานประเดิมคัดโอลิมปิกเกมส์ในศึกชิงแชมป์โลก ทีมนักปั่นประเภทลู่ระยะสั้นทีมชาติไทยยังจะต้องเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวสู้ศึกรายการใหญ่ในช่วงต้นปี 2570 ทั้งจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศมาเลเซีย ต่อเนื่องไปที่การแข่งขันจักรยานประเภทลู่เวิลด์คัพ 3 สนาม ที่เมืองมิลตัน ประเทศแคนาดา ระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน 2570, ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2570 และที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 30 เมษายน-2 พฤษภาคม 2570

“จากผลงานต่อเนื่องของทีมสปรินท์ทีมชาติไทย สมาคมฯ ตั้งเป้าหมายว่าสำหรับจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2027 ที่ประเทศมาเลเซีย ควรจะคว้าเหรียญทองแดงให้ได้ และจะต้องมีสถิติต่ำกว่า 44 วินาที และก็ต้องยอมรับว่าไทยเรายังห่างจากมาตรฐานสถิติของสองทีมใหญ่ในเอเชียทั้งจีนและญี่ปุ่นที่ปัจจุบันทำสถิติต่ำกว่า 43 วินาทีไปแล้ว หากทีมชาติไทยทำสถิติต่ำกว่า 44 วินาที ก็มีโอกาสในการลุ้นติดอันดับท็อป 10 ในการแข่งขันจักรยานประเภทลู่เวิลด์คัพ เก็บคะแนนสะสมคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ เป็น 1 ใน 8 ทีมสปรินท์ที่ผ่านการคัดเลือกต่อไป” พล.อ.เดชา กล่าว

พล.อ.เดชา กล่าวเสริมว่า สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ กำหนดจัดการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ฝึกสอน, ฝ่ายเทคนิค และฝ่ายแพทย์ ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เพื่อกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ในการพัฒนามาตรฐานและเตรียมความพร้อมนักปั่นไทยสำหรับศึกหนักในปี 2570 ทั้งการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่ประเทศมาเลเซีย และยุทธศาสตร์ในการตระเวนแข่งขันเก็บคะแนนสะสมโอลิมปิกเกมส์ 2028 ของแต่ละประเภทให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่แผนยุทธศาสตร์สมาคมกีฬาจักรยานฯ วางเอาไว้ต่อไป ท่ามกลางสถานการณ์การสนับสนุนงบประมาณที่ยังคงมีความคลุมเครืออยู่ในปัจจุบัน