ความเคลื่อนไหวทัพ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่มีคิวลงป้องกันแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 14-16 กรกฎาคม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน โดยมี 4 ชาติ เข้าร่วมได้แก่ ทีมชาติไทย, เกาหลีเหนือ, บูร์กินาฟาโซ และเบลารุสนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ได้มีการแถลงข่าวก่อนการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ที่โรงแรมอัลมีรอซ โดยมีตัวแทนแต่ละทีมเข้าร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย “โค้ชมิโล” มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กองหลังทีมชาติไทย, อิฮาร์ ครุชเชนโก้ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมเบลารุส ชาวรัสเซีย, อิดริสซ่า ตราโอเร่ ประธานเทคนิคทีมชาติบูร์กินาฟาโซ และ ยอห์น แอนเดอร์สัน เฮดโค้ชทีมชาติเกาหลีเหนือ ชาวนอร์เวย์
โค้ชมิโล กล่าวว่า ทัวร์นาเมนต์นี้มีทีมที่แข็งแกร่งถึง 3 ทีมเข้าร่วมแข่งขันและทุกคนก็มุ่งหวังชัยชนะทั้งสิ้น นอกจากนี้ทุกทีมก็มีปัญหาในเรื่องของตัวผู้เล่นที่อาจจะไม่ดีที่สุด แต่เชื่อว่าคนที่มาคือคนที่อยากจะรับใช้ชาติจริงๆ
“ผมเชื่อว่าทัวร์นาเมนต์นี้จะเป็นการแข่งขันที่สนุก และทุกชาติจะเล่นกันอย่างเต็มที่ ทุกทีมนั้นมีอันดับสูงกว่าไทย ก็เป็นโอกาสที่นักเตะไทยจะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ว่าอันดับโลกไม่ใช่เครื่องยืนยันฝีเท้าเสมอไป หวังว่าแฟนบอลจะช่วยสนับสนุนและนักเตะจะทำเต็มที่เพื่อสร้างความสุขให้แฟนบอลเช่นกัน” ราเยวัชกล่าวปิดท้าย
ยอห์น แอนเดอร์สัน กล่าวว่า ทีมชาติเกาหลีเหนือได้มีการเตรียมความพร้อมอย่างดีสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งคนในประเทศนั้นรู้จักการแข่งขันรายการนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากทีมชาติเกาหลีเหนือได้รับคำเชิญมาร่วมแข่งขันบ่อยครั้ง ถึงแม้ทีมที่มาจะไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดเช่นกัน ก็พร้อมจะทำผลงานอย่างเต็มที่และนำชัยชนะกลับประเทศให้ได้
อิฮาร์ ครุชเชนโก้ กล่าวว่า สำหรับการมาแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งนี้ ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี แต่ทีมที่มาต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทีมชุดที่ดีที่สุด เนื่องจากผู้เล่นหลายคนอยู่ในช่วงการเข้าแคมป์กับสโมสรต้นสังกัดเพื่อเตรียมความพร้อมฤดูกาลใหม่ ซึ่งมีการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก ด้วย อย่างไรก็ตามจะพยายามเต็มที่เพื่อคว้าชัยชนะในครั้งนี้ให้ได้
อิดริสซ่า ตราโอเร่ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับเชิญเข้ามาแข่งขันครั้งนี้ ถึงแม้จะต้องเดินทางไกล ใช้เวลากว่า 15 ชั่วโมงก็ตาม แต่ก็ได้มีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว สำหรับทีมที่มาแม้ว่าจะไม่ใช่ตัวหลักทั้งหมด แต่ก็เป็นทีมที่เตรียมไว้สำหรับการแข่งขันภายในของทวีปแอฟริกันอยู่แล้ว ดังนั้นผู้เล่นที่มาเชื่อว่ามีศักยภาพเพียงพอ และจะทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เล่นทุกคน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า สำหรับทีมชาติบูร์กินาฟาโซ ที่เดินทางมาแข่งขันนั้น เปาโล ดูอาร์เต้ กุนซือชาวโปรตุกีส ซึ่งพาทีมบูร์กินาฟาโซ ได้อันดับ 3 ศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ไม่ได้ร่วมเดินทางมาด้วย โดยให้ อิดริสซ่า ตราโอเร่ ประธานเทคนิค เป็นผู้คุมทีมมาแทน
ขณะที่รายชื่อ 23 ผู้เล่นทีมชาติไทย แข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 45 ดังนี้ ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์(เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) สินทวีชัย หทัยรัตน์กุล(สุพรรณบุรี เอฟซี) ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน(บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)/ กองหลัง พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา(เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) ธีราทร บุญมาทัน(เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) นัสตพล มาลาพันธ์(ชลบุรี เอฟซี) อดิศร พรหมรักษ์(เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) พรรษา เหมวิบูลย์(บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) ฟิลิป โรลเลอร์(ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว(นครราชสีมา เอฟซี) พุทธินันท์ วรรณศรี(แบงค็อก ยูไนเต็ด) / กองกลาง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์(เชียงราย ยูไนเต็ด) ชุติพนธ์ ทองแท้(ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) บดินทร์ ผาลา(บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) ธนบูรณ์ เกษารัตน์(เชียงราย ยูไนเต็ด) ปกเกล้า อนันต์(แบงค็อก ยูไนเต็ด) วัฒนา พลายนุ่ม(เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) สรรวัชญ์ เดชมิตร(แบงค็อก ยูไนเต็ด) พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี(พัทยา ยูไนเต็ด) / กองหน้า มงคล ทศไกร(พัทยา ยูไนเต็ด) อดิศักดิ์ ไกรษร(เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) สิโรจน์ ฉัตรทอง(เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย(แบงค็อก ยูไนเต็ด)

