‘จินตนา-ใบพัน’ ยึดเจ้าลมกรดสกูลเกมส์ที่สิงคโปร์

15.07.17 | 17:52 น.

การแข่งขันกีฬานักเรียนแห่งอาเซียน ครั้งที่ 9 “อาเซียนสกูลเกมส์ 2017” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีชาติสมาชิกสภากีฬานักเรียนอาเซียนเข้าร่วมครบ 10 ชาติเปิดฉากชิงชัยเหรียญทองวันแรก ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม

การชิงชัยเหรียญทองแรกของมหกรรมอยู่ที่วิ่ง 3,000 เมตรหญิง ไทยส่ง อรปรียา เถาน้อย นักวิ่งสาวจากโรงเรียนพะเยาพิทยาคม จ.พะเยา ลงชิงชัย ปรากฏว่า อรปรียา เข้าเส้นชัยทำเวลา 11.07.93 นาที คว้าเหรียญทองแดงมาครอง ส่วนเหรียญทองตกเป็นของ ลิ เธียน ลัน จากเวียดนาม ทำเวลา 10.42.15 นาที เหรียญเงินเป็นของ ดวน ธู ฮาน จากเวียดนามเช่นกัน เวลา 10.42.87 นาที

ขณะที่ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองแรกได้สำเร็จจากการวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรชาย “นัท” กฤษฎา บุญมูล จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี ทำสถิติ 53.31 วินาที ทำลายสถิติเดิม

กฤษฎา กล่าวว่า ก่อนแข่งหวังแค่ทำให้ดีที่สุดแต่แอบหวังว่าจะติด 1 ใน 3 ให้ได้ สถิติที่ทำได้ถือว่าดีที่สุดที่เคยทำได้ ภาคภูมิใจมากที่รู้ว่าเป็นเหรียญแรกของทัพนักกีฬาไทย และยังเป็นการทำลายสถิติด้วย ยังเหลือวิ่งอีกรายการช่วยทีมวิ่งผลัด 4×400 เมตรชายล่าเหรียญทอง ส่วนอนาคตอยากติดทีมชาติไปแข่งซีเกมส์

ส่วนอีกไฮไลต์ประจำวันของกรีฑาอยู่ที่การชิงชัยเจ้าลมกรดชาย-หญิง ปรากฏว่า การชิงเจ้าลมกรดฝ่ายหญิง “น้องส้ม” จินตนา พืชทองหลาง จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีสปีดนำม้วนเดียวจบคว้าเหรียญทองไปครองด้วยสถิติ 12.53 วินาที

Advertisement

“น้องส้ม” กล่าวว่า ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้น ม.6 เป็นการติดทีมชาติครั้งแรก ก่อนแข่งไม่คาดหวังถึงเหรียญทองสถิติตอนซ้อมมาดีที่สุด 11.70 วินาที หลังจากนี้จะกลับไปมุ่งมั่นฝึกซ้อมต่อและอยากจะติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคต

ส่วนการชิงชัยเจ้าลมกรดฝ่ายชาย “ใบพัน” ศิริพล พันธ์แพ ลมกรดหนุ่มทีมชาติชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 29 จาก ร.ร.สุราษฎร์ธานี ที่แจ้งเกิดจากการคว่ำ ” มิ้ว” จิระพงศ์ มีนาพระ ลมกรดชื่อดังทีมชาติในการวิ่ง 200 เมตรเร่งสปีดแซงในช่วง 30 เมตรสุดท้ายเข้าเส้นชัยสถิติ 10.79 วินาที คว้าเหรียญทองไปครอง

“ใบพัน” กล่าวว่า สถิติช่วงคัดซีเกมส์ดีกว่านี้วิ่งได้ 10.59 วินาที อาจเป็นเพราะเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังเหลืออีก 1 รายการวิ่งผลัด 4×100 เมตรชาย โดยจะวิ่งไม้สุดท้าย จากนั้นจะกลับไปเข้าแคมป์ทีมชาติเตรียมลุยซีเกมส์ต่อ ส่วนอนาคตหวังไว้ถึงการไปวิ่ง 100 เมตรในโอลิมปิกเกมส์สักครั้งในชีวิต

สรุปผลกรีฑาประเภทอื่นของนักกีฬาไทยดังนี้ ขว้างจักรหญิง ธนาภา ศรียงยศ (ร.ร.เบญจมราชูทิศ) 39.43 เมตร คว้าเหรียญเงิน ขณะที่ อาทิมา เสาวไพบูลย์ (ร.ร.กีฬา กทม.) คว้าเหรียญทองแดง สถิติ 33.59 เมตร / กระโดดไกลชาย ชัชนันท์ ชูรอด (ร.ร.เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี) 6.68 เมตรคว้าเหรียญเงิน ส่วนณัฐพงศ์ ศรีนนทา (ร.ร.กระเทียมวิทยา) 6.19 เมตร จบอันดับ 7 / กระโดดค้ำหญิง สุทธิกานต์ คำมูล (ร.ร.วัดห้วยจรเข้วิทยาคม) คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ทำสถิติ 3.50 เมตร พร้อมกับทำลายสถิติตัวเองที่ทำไว้ 3.41 เมตร / ขว้างจักรชาย ธงชัย ศิลามูล (ร.ร.กีฬา กทม.) คว้าเหรียญทองทำสถิติ 55.39 เมตร

ตะกร้อไทยไร้เทียมทานฟาด‘มาเลย์’ดิ้น
การแข่งขันตะกร้อ วันแรก ทีมนักฟาดลูกพลาสติกไทยลงสนาม 2 ประเภท และยังโชว์ชั้นเชิงแบบไร้คู่แข่งเก็บชัยชนะรวด
เริ่มจากตะกร้อคู่ รอบก่อนรองชนะเลิศ ไทยส่งนักกีฬา 3 คนได้แก่ เกียรติศักดิ์ อับไพ จาก ร.ร.กีฬาจังหวัดชลบุรี เป็นตัวฟาด, ธนพล ปัญจะการ จาก ร.ร.กีฬาจังหวัดชลบุรี เป็นตัวชง และกิตติภูมิ สารีบุตร จาก ร.ร.ของแก่นวิทยายน 2 เป็นตัวฟาดอีกคน ก่อนจะเอาชะฟิลิปปินส์ขาดลอย 2-0 เซต 21-5, 21-9 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป
ส่วนตะกร้อทีมเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ นักฟาดลูกพลาสติกหัวเกรียนของไทยต้องเจอศึกหนักกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “เสือเหลือง” มาเลเซีย หากใครชนะจะเข้ารอบตัดเชือก ส่วนทีมแพ้ตกรอบ ไทยส่ง พิสิษฐ์ ถิ่นบางบน จาก ร.ร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นตัวเสิร์ฟ, พงษ์ศักดา จันริสา จาก ร.ร.กีฬาจังหวัดอุบลราชธานี เป็นตัวชง และขึ้นฟาดโดย ธีรวัฒน์ ประกอบ จาก ร.ร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ปรากฏว่า ไทยเล่นได้อย่างเข้าขา ชงหวานเจี๊ยบ ฟาดอย่างสุดโหดเอาชนะ มาเลเซีย แบบสบายๆ 21-11, 21-16

ลั่นตะกร้อทีมเดี่ยวซิวแชมป์37สมัยซ้อน
นายเชาวลิต จิรายุกุล หัวหน้าโค้ชทีมตะกร้อนักเรียนไทย เปิดเผยว่า ทีมเดี่ยวการเจอกับมาเลเซีย ถือเป็นงานหนักเสมออยู่แล้ว แต่เราทำได้ดีกว่า มีมาตรฐานที่สูงกว่า ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่แล้วว่าต้องกวาดเหรียญทองให้ครบ 3 ทองที่จัดชิงชัย ทีมเดี่ยวและทีมคู่เข้ารอบตัดเชือกไปแล้วเชื่อว่าไม่น่าจะพลาดเป้า โดยทีมเดี่ยวยังมีพม่าเป็นขวากหนามสำคัญอยู่อีกทีม แต่มั่นใจมากว่าตะกร้อทีมเดี่ยวของไทยจะคว้าแชมป์สมัยที่ 37 ติดต่อกันมาครองได้หลังจากเริ่มคว้าแชมป์อาเซียนครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2523 และคว้าแชมป์เรื่อยมาทุกปีจนกระทั่งปัจจุบัน

ลูกยางชาย-หญิงอัดอิเหนากระเจิง
ส่วนผลกีฬาประเภทอื่นของนักกีฬาไทยดังนี้ วอลเลย์บอล ทีมชาย แข่งแบบพบกันหมด นัดแรก ไทย ชนะ อินโดนีเซีย 3-0 เซต 25-22, 25-19, 27-25 ส่วนทีมหญิง ไทย ชนะ อินโดนีเซีย เช่นกัน 3-2 เซต 25-17, 17-25, 24-26, 25-13, 15-12 / บาสเกตบอล แข่งแบบพบกันหมด ทีมหญิง ไทย ชนะ อินโดนีเซีย 69-55 / แบดมินตัน แข่งแบบพบกันหมด ทีมชาย ไทย ชนะ กัมพูชา 5-0 คู่ และทีมหญิง ไทย ชนะ สิงคโปร์ 3-2 คู่ / เทนนิส แข่งแบบพบกันหมด นัดแรก ทีมชาย ชนะ มาเลเซีย 5-0 คู่ เช่นเดียวกับ ทีมหญิง ที่ชนะ มาเลเซีย 5-0 คู่

‘ฉลามแทน’ไม่พลาดเก็บ1ทองว่ายน้ำ
“ฉลามแทน” จิรภัทร ริมประนาม จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย คว้าเหรียญทองในท่ากบ 50 เมตรชาย ซึ่งฉลามแทนดึงสโตรกเบียดกับนักว่ายน้ำจากมาเลเซียมาอย่างสูสีก่อนจะแตะขอบสระได้ก่อนเพียงเสี้ยววินาทีทำเวลาได้ 29.64 วินาที ขณะที่ ธนนชัย จันทร์รักษา จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย คว้าเหรียญทองแดง ทำเวลาได้ 29.91 วินาที
ส่วนผลการแข่งขันของนักว่ายน้ำไทยคนอื่นๆมีดังนี้ ฟรีสไตล์ 400 เมตรหญิง ทองแดง กตวรรณ ทีฆะ 4.32.30 น. ส่วน อันดับ 6 อริชญ์ศรา หงส์ฤทธิ์พันธุ์ / ฟรีสไตล์ 400 เมตรชาย ทองแดง จิตรภณ ถาวราภา 4.07.08 น. อันดับ 5 จักรตฤณ จัคโคโม เพียซซ่า 4.09.62 น. / กบ 50 เมตรหญิง อันดับ 5 สุทัตตา เทพบุตร 35.44 วินาที / ฟรีสไตล์ 100 เมตรชาย อันดับ 5 ณัฐภัทร นันตาเป็ง 53.48 วินาที, ฟรีสไตล์ 100 เมตรหญิง อันดับ 6 ณัฐวศา ดีงาม 1.00.21 นาที / กรรเชียง 200 เมตร อันดับ 5 พัสกร ศรีดิลก 2.11.89 นาที อันดับ 7 ภูเบศ จันทร์คีรี 2.16.29 นาที