โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 4 ปีก่อนไม่ให้โอกาสโรเมลู ลูกากู สมัยคุมเชลซีรอบ 2 จนฝ่ายหลังต้องย้ายไปเล่นให้เอฟเวอร์ตันด้วยสัญญายืมตัว และย้ายขาดในฤดูกาลถัดมา ยกย่องลูกาลูว่าเป็นศูนย์หน้าระดับโลก หลังอีกฝ่ายใช้เวลาแค่นัดที่ 2 แต่เป็นนัดแรกที่ออกสตาร์ตตัวจริง ยิงประตูให้ “ปีศาจแดง” ในเกมอุ่นเครื่องบุกชนะรีล ซอลต์ เลก 2-1 ที่เขตซอลต์ เลก เคานตี้ รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม
แม้เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ส่ง 2 นักเตะตัวใหม่อย่างลูกากู หัวหอกราคา 75 ล้านปอนด์ (3,300 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 44 บาท) และวิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กองหลังราคา 30.7 ล้านปอนด์ (1,350 ล้านบาท) ลงเล่นเป็น 11 คนแรก ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อน 0-1 จากจังหวะที่หลุยส์ ซิลวา กองกลางเจ้าถิ่นวิ่งแซงฟิล โจนส์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมเยือนเข้าไปจิ้มบอลผ่านโจเอล เปเรร่า นายทวารมือ 3 ตั้งแต่ 23 นาทีแรก
แต่ปีศาจแดงที่เกมอุ่นเครื่องนัดแรกถล่มแอลเอ แกแล็กซี่ 5-2 ใช้เวลาเพียง 15 นาทีถัดมาแซงนำ 2-1 จากเฮนริก มาคิตาร์ยาน นาที 29 และลูกากู นาที 38 โดยเฉพาะประตูหลังที่กองหน้าทีมชาติเบลเยียมยิงอย่างเหนือชั้น กับการล็อกหลบผู้เล่น และผู้รักษาประตูรีล ซอลต์ เลก ก่อนโยกหลอกอีกหนึ่งผู้เล่นคู่แข่ง และยิงเข้าไปแบบเลือดเย็น
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเหลือแค่ 10 คน เมื่ออันโตนิโอ วาเลนเซีย ซึ่งกลายเป็นแบ๊กขวาถาวรไปแล้วในเวลานี้ และลงเล่นเป็นตัวสำรองเกมนี้ โดนใบแดงจากจังหวะไปเตะเซบาสเตียน เซาเซโด้ จากด้านหลังอย่างน่าเกลียดในช่วง 22 นาทีสุดท้าย เพื่อเอาคืนให้ฆวน มาต้า เพื่อนร่วมทีมที่ลงเล่นใน 45 นาทีหลังพร้อมกัน แต่โดนดานิโล่ อาคอสต้า นักเตะรีล ซอลต์ เลก อีกคนเตะข้อเท้า จนต้องออกจากการแข่งขันแค่นาทีที่ 14 ของครึ่งหลัง
โดยระหว่างที่เซาเซโด้นอนบาดเจ็บอยู่ในสนาม และอัลเลน แชปแมน ผู้ตัดสินยังไม่ให้ใบแดงวาเลนเซีย ฝ่ายหลังได้คุยกับมูรินโญ่ว่าให้เปลี่ยนวาเลนเซียออก ไม่อย่างนั้นจะโดนใบแดง แต่มูรินโญ่กลับปฏิเสธ ส่งผลให้กัปตันทีมชาติเอกวาดอร์ต้องออกจากสนามไปในที่สุด และจบเกมด้วยสกอร์ดังกล่าว
ด้านมูรินโญ่ที่ให้สัมภาษณ์ปกป้องลูกากูในเกมนัดแรกที่ทำประตูไม่ได้ว่า เล่นได้ดีกว่ามาร์คัส แรชฟอร์ด, มารูยาน เฟลไลนี่, เฮนริก มาคิตาร์ยาน และอ็องโตนี่ มาร์กซิยัล ที่ทำประตูให้ทีมในชัยชนะเหนือแอลเอ แกแล็กซี่นั้น ยืนยันว่าการทำประตูให้ทีมได้แล้วของอดีตดาวยิง “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” วัยเพียง 24 ปีในเกมนี้ เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขา และไม่มีความสำคัญอะไรสำหรับตน
เพราะก่อนที่ลูกากูจะทำประตูได้ ตนได้คุยกัเขาว่าชอบการเล่นทุกอย่างของเขาในสนาม และไม่สำคัญว่าจะทำประตูได้หรือไม่ แถมยังเป็นเรื่องง่ายที่จะมองออกว่าเขามีการพัฒนาได้อย่างสุดยอดแค่ไหน เนื่องจากลูกากูเคยร่วมงานกับตนเมื่อ 4 ปีก่อน และตอนนี้ได้กลายเป็นศูนย์หน้าระดับโลกไปแล้ว

