กีฬาผวา!มีพวกจ้องดึงภาษีบาปคืน-รมว. ‘กอบกาญจน์’เตือนใช้เงินให้คุ้มค่าทุกสตางค์

26.07.17 | 16:17 น.

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ห้องประชุม ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา กกท.หัวหมาก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม โดย “รมต.กีฬา” ได้มอบนโยบายการดำเนินงานด้านกีฬาให้แก่ผู้แทนสมาคมกีฬาในปี 2561 โดยยืนยันเป้าหมายสถานะความเป็นผู้นำทางการกีฬาของอาเซียนที่จะต้องยกระดับมากขึ้นไปกว่านี้

สำหรับการขอรับการสนับสนุนและการเบิกจ่ายจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาตินั้น นางกอบกาญจน์กล่าวว่า เงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จะต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาอาจจะเกิดปัญหาล่าช้า และไม่ได้รับการสนับสนุนตามความต้องการของทุกคน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีทีมที่พยายามศึกษาด้านกฎหมาย เพื่อขยายขอบเขตอำนาจของการใช้งบประมาณได้มากขึ้น ภายใต้การดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะมีการแก้ไข เพราะต้องตอบสังคมได้ทุกมิติ โดยในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่า กว่าที่จะมีพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทยฉบับนี้ ซึ่งได้รับงบประมาณจากภาษีสุราและยาสูบ เข้าสู่กองทุนฯ ปีละ 2 เปอร์เซ็นต์นั้น มีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมาก และถูกจับตามอง รวมทั้งมีคนอยากจะเอาคืน ดังนั้น คนในวงการกีฬาจะต้องแสดงให้เห็นว่า กีฬาสำคัญ และมีการใช้จ่ายที่ถูกต้อง เกิดประโยชน์ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับด้วยว่า เงินจำนวนดังกล่าวนั้นไม่ตายตัว ในปีต่อไปอาจจะลดลงก็ได้ หากจำนวนคนดื่มเหล้า และสูบบุหรี่ลดลง ตามที่ได้มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องไปจนถึงในอนาคต

“รมต.กีฬา” กล่าวอีกว่า สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เชื่อว่าการกีฬาจะช่วยสร้างความยั่งยืนของโลก ซึ่งประเทศไทยจะต้องตระหนักว่า กีฬาจะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น เราจะต้องก้าวไปด้วยกัน ไม่มีการต่างคนต่างไป โดยในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น เมียนมา เวียดนาม หรือกัมพูชา ให้ความสำคัญกับเรื่องของกีฬาอย่างมาก หากเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ดีขึ้น มีความมั่นคงเชื่อว่าการกีฬาจะพัฒนาแบบก้าวกระโดด การแข่งขันกีฬาซีเกมส์นั้น ชาติที่จะครองเจ้าเหรียญทองแบบที่ไทยทำได้มาตลอดนั้น จะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

ในขณะเดียวกัน “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬายกน้ำหนักแห่งประเทศไทย และประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ (ฟอนซา) ได้กล่าวเสริมว่า พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นกฎหมายที่มีคนค้านมากที่สุด กว่าจะชนะโหวตและผ่านเป็นกฎหมายออกมาได้ 107-79 เสียง ดังนั้น จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาจากคนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ และต้องการนำเงินกลับคืนไปใช้ในส่วนอื่นมากกว่า

“รองตูน” นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า งบประมาณกองทุนในปี 2560 จำนวน 4,000 ล้านบาท และยังค้างสะสมอยู่อีกกว่า 2,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน ได้มีการตั้งงบประมาณไว้ 3,999 ล้านบาท ได้รับความเห็นชอบ มีการอนุมัติโอนแล้ว 3,500 ล้านบาท ซึ่งปรากฏว่า มีการเบิกจ่ายไปเพียง 600 ล้านบาทเท่านั้น กรณีนี้ กกท. และสมาคมกีฬาจะต้องปรับตัวและทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การทำแผน ไปจนถึงการเบิกจ่าย และตรวจสอบประเมินผล มิเช่นนั้น จะมีเงินค้างจ่ายสะสมจำนวนมาก ซึ่ง กกท.ได้ปรึษากับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เพื่อให้เข้ามาจัดทำระบบเอกสาร หลักฐานการเบิกจ่ายให้มีความคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น ในขณะเดียวก็จะได้ทำเวิร์กช็อปร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อลดปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าให้ได้มากที่สุด

Advertisement

“บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท.กล่าวในตอนท้ายว่า กกท.พยายามทำงานร่วมกับสมาคมกีฬา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น มีความรวดเร็วมากขึ้น ตนยืนยันว่า หากเอกสาร หลักฐานการเบิกจ่ายทั้งหมดถูกต้อง ครบถ้วน สมาคมกีฬาจะได้รับเงินรวดเร็วทันใจที่สุดไม่เกิน 7 วัน