อาร์เซน่อลผงาดคว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ หลังจากดวลจุดโทษชนะเชลซี 4-1 หลังเสมอในเวลา 1-1 ในการแข่งขันที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เป็นการย้ำแค้นสิงห์บลูจากที่ปืนใหญ่คว้าชัยในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพฤดูกาลที่แล้ว 2-1

นัดนี้ มีประตูเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง จากจังหวะเตะมุมของเชลซี เมื่อกรานิต ชาก้า แข้งปืนใหญ่พยายามเคลียร์บอลออกมา แต่โดนแกรี่ เคฮิลล์ กองหลังอาร์เซน่อลโหม่งตั้งกลับไป และวิคเตอร์ โมเสส เข้าไปซัดระยะเผาขนให้เชลซีนำ 1-0 ในนาทีที่ 46
หลังจากนั้น อาร์เซน่อลโหมบุกเพื่อแก้ประตูคืนแต่ทำไม่ได้ กระทั่งนาทีที่ 80 เปโดร กองหน้าชาวสเปนของเชลซีโดนใบแดงไล่ออกจากสนามจากจังหวะเปิดปุ่มเข้าสกัดโมฮาเหม็ด เอลเนนี่ จากด้านหลัง และหลังจากนั้นเพียง 2 นาที ปืนใหญ่ก็อาศัยความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นทำประตูตีเสมอ เมื่อชาก้าเปิดบอลให้เซอัด โคลาซินัค แข้งน้องใหม่ชาวบอสเนีย โหม่งเข้าประตูไป

หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างทำอะไรกันไม่ได้ จบเกมเสมอกัน 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลลูกโทษที่จุดโทษซึ่งสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ตัดสินใจนำกฎการดวลโทษแบบใหม่ในสูตร ABBA หรือการสลับกันยิงประตูแบบไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบกัน โดยเริ่มจากทีม A ยิงก่อน จากนั้นทีม B ออกมายิง แล้วผู้เล่นคนที่ 2 ของทีม B ยิงต่อ ก่อนให้ผู้เล่นคนที่ 2 ของทีม A ยิง สลับกันไปเรื่อยๆ ดังนี้ A-B-B-A-A-B-B-A-A-B-B-A จนกว่าจะหาผู้แพ้ผู้ชนะได้

ปรากฏว่า แกรี่ เคฮิลล์ กัปตันทีมเชลซีออกมายิงคนแรก ต่อด้วยธีโอ วัลค็อตต์ ของอาร์เซน่อล ต่างฝ่ายต่างไม่พลาดทำให้เสมอกัน 1-1 จากนั้น นาโช่ มอนเรอัล มายิงให้ปืนใหญ่ได้เปรียบขึ้นนำ 2-1 ส่วนธิโบต์ กูร์ตัวส์ นายทวารสิงห์บลูรับหน้าที่สังหารเป็นคนที่ 2 ของเชลซี แต่กลับยิงข้ามคานแบบไม่มีลุ้น และสถานการณ์ของแชมป์พรีเมียร์ลีกยิ่งเลวร้ายเมื่ออัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าที่ย้ายมาจากรีล มาดริด ยิงไม่เข้ากรอบอีกคน
ส่วนคนยิงของอาร์เซน่อลคนที่ 3 และ 4 อย่างอเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ต่างยิงไม่พลาด ทำให้อาร์เซน่อลชนะดวลโทษไปในที่สุด 4-1


