หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ สยามสปอร์ตแจง...

สยามสปอร์ตแจงเหตุส.บอลยกเลิกสัญญา

8.03.16 | 16:03 น.

นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) และ ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวกรณีที่สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดย “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นนายกสมาคม ได้มีมติยกเลิกการดูแลสิทธิประโยชน์ของบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) ที่มีต่อสมาคม โดยนายอดิศัยชี้แจง 4 ประเด็นตามที่สภากรรมการระบุ ดังนี้

1.บ.สยามสปอร์ตฯมีลักษณะสัญญาผูกขาด : “ไม่เป็นความจริง เนื่องจาก 10 กว่าปีก่อน มีบริษัทเอกชนเข้ามาดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคม แต่สุดท้ายก็ได้ถอนออกไปเพราะประสบภาวะขาดทุน จากนั้นผู้บริหารสมาคมสมัยนั้นได้เข้ามาหารือกับ บ.สยามสปอร์ตฯ เพื่อขอให้เข้ามาช่วย ซึ่ง 5 ปีแรก บ.สยามสปอร์ตฯต้องขาดทุน ก่อนจะมีการฟื้นตัวจนถึงปัจจุบันที่มีรายได้เข้ามามากมาย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องการผูกขาด แต่เป็นเรื่องความสามารถที่ บ.สยามสปอร์ตฯสามารถจัดหาสปอนเซอร์มาได้และมีมูลค่าสูงขึ้นทุกปี”

2.บ.สยามสปอร์ตฯไม่มีการกำหนดค่าตอบแทนให้สมาคม : “ไม่เป็นความจริง เพราะเราทำสัญญามีการระบุชัดเจนถึงการกำหนดค่าตอบแทน ในสัญญาระบุว่า บ.สยามสปอร์ตฯมีหน้าที่หารายได้และรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งที่เหลือจะแบ่งคนละครึ่งกับสมาคม แต่หากขาดทุน บ.สยามสปอร์ตฯจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเรารับได้”

3.สมาคมฟุตบอลฯไม่มีอิสระในการบริหารงาน : “ขอชี้แจงว่าการบริหารงานของสมาคมแบ่งออกเป็น 3 หน่วยงาน คือ 1.สมาคมมีหน้าที่กำหนดนโยบาย โดยมีสภากรรมการเป็นผู้ร่วมทำงาน 2.บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก หรือทีพีแอล มีหน้าที่จัดการแข่งขัน โดยมีบอร์ดบริหารเป็นผู้ร่วมทำงาน และ 3.บ.สยามสปอร์ตฯมีหน้าที่ดูแลสิทธิประโยชน์ โดยมีคณะกรรมการเป็นผู้ร่วมทำงาน ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานก็แบ่งงานกันชัดเจน ดังนั้นจึงอยากเรียนถามว่าไม่มีอิสระในการทำงานตรงไหน”

และ 4.สมาคมไม่สามารถวางแผนงบประมาณได้ด้วยตัวเอง : “สมาคมฟุตบอลฯมีรายได้เป็นที่แน่ชัดหลายทีม อาทิ เงินสนับสนุนจากฟีฟ่า, เงินจากสปอนเซอร์ที่สมาคมหามาเอง และส่วนแบ่งสิทธิประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินที่เยอะเท่าไหร่ โดยช่วงต้นปีประมาณเดือนมีนาคม 3 หน่วยงานคือ สมาคม, บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก และ บ.สยามสปอร์ตฯจะมาคุยกันเรื่องรายรับ-รายจ่ายของแต่ละปี ซึ่งระบุชัดเจนว่าแบ่งกันคนละครึ่ง เพราะฉะนั้นทั้ง 3 หน่วยงานจะทราบตัวเลขที่ชัดเจนตั้งแต่เดือนมีนาคม และสามารถนำไปวางแผนได้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้จึงไม่เป็นความจริง”

Advertisement

นายอดิศัยกล่าวเสริมต่อว่า บ.สยามสปอร์ตฯมีสัญญาในการเป็นผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมถึงปี 2560 ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่ได้รับหนังสือการขอยกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการจากสมาคม ดังนั้นหากมีหนังสืออย่างเป็นทางการมาถึงเมื่อไหร่ก็จะดำเนินการตามสิทธิที่พึงมี เนื่องจาก บ.สยามสปอร์ตฯมีสัญญาชัดแจน ดังนั้นจึงไม่สามารถยกเลิกกันได้ง่ายๆ

“เราพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย แต่เราก็ต้องการความเป็นธรรมเช่นกัน ซึ่งเรายอมรับว่าไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ได้ให้คุณสรายุทธ มหวลีรัตน์ ไปพูดคุยกับสมาคมแล้ว และก็มีเอกสารสัญญาต่างๆ ชัดเจน แต่ไม่คิดว่าจะถูกยกเลิกสัญญาด้วยวิธีการผ่านสื่อ ซึ่งหากจะยกเลิกเราก็รับได้ แต่ต้องให้เกียรติกันและให้ความเป็นธรรมกับเราด้วย ส่วนการฟ้องร้องจะมีขึ้นหรือไม่ ยอมรับว่านั่นคือวิธีการสุดท้าย แต่เบื้องต้นหากมีหนังสือมาเมื่อไหร่ ก็อยากจะใช้วิธีการพูดคุยกันก่อน เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้สามารถเจรจากันได้”

ด้านสรายุทธ มหวลีรัตน์ กล่าวว่า บ.สยามสปอร์ตฯรู้สึกเป็นห่วงบรรดาสปอนเซอร์ที่มีสัญญาอยู่กับเรา ทั้งนี้เชื่อว่าการยกเลิกสัญญาที่ปรากฏออกมาตามสื่อ ไม่น่ามาจากการตัดสินใจของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เนื่องจากมีหนังสือแจกให้กับสื่อในทันทีหลังเสร็จสิ้นการประชุมสภากรรมการ เมื่อวานนี้ (7 มี.ค.) ซึ่งผิดวิสัย ตนเคยได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ พล.ต.อ.สมยศถึง 4 ครั้ง และสัมผัสได้ว่านายกสมาคมเป็นคนที่น่ารักและมีเหตุผล