หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ‘เจนรบ’โขกชัย...

‘เจนรบ’โขกชัยพา‘ช้างศึก’เชือด‘พม่า’1-0 ทะลุเข้าชิงลุ้นแชมป์ซีเกมส์สมัย16

26.08.17 | 17:00 น.

“ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2017 ดีกรีแชมป์สูงสุด 15 สมัย ลงเตะรอบรองชนะเลิศ พบ พม่า ที่เซลายาง สเตเดียม ชาห์ อลัม ท่ามกลางกองเชียร์พม่าที่เข้ามาส่งเสียงเชียร์ติดขอบสนามกันหนาแน่น โดยมีรายงานว่า แฟนบอลพม่าได้มาเข้าคิวต่อแถวซื้อบัตรเข้าชมเกมตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนที่เกมจะเริ่มในช่วงบ่ายสี่โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น ส่วนแฟนบอลไทยก็เข้ามาเชียร์กันติดขอบสนามเช่นกัน รวมทั้งหมดกว่าหมื่นคน

สำหรับผลงานในรอบแรกที่ผ่านมาในซีเกมส์ครั้งนี้ ทีมไทยลงเตะ 5 นัด คว้าชัยชนะ 4 นัด เสมอ 1 นัด ยังไม่แพ้ทีมใด และมี 13 แต้ม พร้อมคว้าแชมป์กลุ่มบี ทะลุผ่านสู่รอบรองชนะเลิศเข้ามาชนกับ ทีมพม่า ซึ่งผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกนี้ในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอ จากการลงเตะ 4 นัด ชนะ 3 นัด และแพ้ 1 นัด เก็บได้ 9 แต้ม

สถิติในซีเกมส์ก่อนหน้านี้ ทีมไทยเคยพบพม่า 23 นัด ไทยชนะ 14 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้ 5 นัด โดยเคยเสมอกัน 2-2 ในรอบชิงชนะเลิศ ซีเกมส์ 1965 ที่มาเลเซีย พร้อมครองแชมป์ร่วมกันมาแล้วเมื่อ 52 ปีก่อน ขณะที่ครั้งสุดท้ายที่ไทยแพ้พม่าต้องย้อนกลับไปเมื่อ 34 ปีที่แล้วในรอบแรก ซีเกมส์ 1983 ที่สิงคโปร์ แพ้ไป 0-1 ส่วนนัดล่าสุดที่เจอกันคือ รอบชิงชนะเลิศ ซีเกมส์ 2015 ที่สิงคโปร์ ทีมไทยชนะ 3-0 พร้อมคว้าแชมป์สำเร็จ

สำหรับเกมนี้ “โค้ชโย่ง” นายวรวุธ ศรีมะฆะ เฮดโค้ชทีมไทยจัดทัพผู้เล่นลงสนามนำโดย ผู้รักษาประตู นนท์ ม่วงงาม, กองหลัง รัตนากร ใหม่คามิ, ศฤงคาร พรมสุภะ, วรวุฒิ นามเวช, สุริยา สิงห์มุ้ย, กองกลาง นพพล พลคำ, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา, แนวรุกริมเส้นขวา พิชา อุทรา, ชัยวัฒน์ บุราญ พ้นโทษแบน 2 นัดกลับมาลงยืนริมเส้นฝั่งซ้าย และกองหน้าตัวเป้า เจนรบ สำเภาดี สวมปลอกแขนกัปตันทีม

ขณะที่ แกร์ด ซีเซ่ เฮดโค้ชชาวเยอรมนีของทีมพม่าไม่มีปัญหาในการจัดทัพในเกมนี้ เพราะผู้เล่นได้พักมา 5 วันเต็ม ทำให้สภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ โดยนักเตะพม่าชุดนี้เล่นด้วยกันมาตั้งแต่รุ่นไม่เกิน 19 ปี และมีนักเตะถึง 8 คนอยู่ในชุดคว้าตั๋วฟุตบอลโลก 2015 รุ่นไม่เกิน 20  ปี รวมถึงมี 5 นักเตะที่อยู่ในชุดรองแชมป์ซีเกมส์ 2015 นำโดยกัปตันทีม ซี ธู อ่อง และศูนย์หน้าความหวัง อ่อง ธู

Advertisement

ก่อนเริ่มเกมได้มีการยืนไว้อาลัยให้กับนายณัฐพงษ์ สมสินสวัสดิ์, นายกษิดิ์เดช กล้ากลางสมร และนายกมลชัย โลหิตยา เจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ประสบอุบติเหตุรถชนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาด้วย โดยเกมครึ่งแรกนาทีที่ 11 พม่าได้โอกาสส่องไกยิงก่อนจากยาน เนียง อู แต่นนท์ปัดทิ้งออกมาได้

นาทีที่ 13 ไทยพลาดขึ้นนำจากจังหวะที่ณัฐวุฒิกระดกบอลให้ชัยวัฒน์หลุดเข้าไปดีดบอลชนเสา นาทีที่ 23 ทีมไทยได้ลุ้นอีกครั้งจากบอลเปิดริมเส้นให้เจนรบพุ่งโหม่ง แต่ไปชนกับนายด่านพม่า นาทีที่ 39 ณัฐวุฒิได้ตะบันเต็มข้อ แต่บอลเหินข้ามคาน ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเจนรบพักบอลให้ชัยวัฒน์วิ่งเข้ามาซัด แต่บอลข้ามคานออกไปอีก จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

เกมครึ่งหลังนาทีที่ 58 โค้ชโย่งปรับแก้เกมรุกด้วยการส่ง ศศลักษณ์ ไหประโคน ลงมาเล่นแทนชัยวัฒน์ จากนั้นทั้งสองทีมเปิดเกมแลกใส่กัน นาทีที่ 62 ศศลักษณ์ได้บอลในเขตโทษแล้วล็อกหนึ่งจังหวะก่อนซัดไปติดเซฟนายทวารพม่า นาทีที่ 73 ทีมไทยส่ง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ลงทำเกมรุกแทนณัฐวุฒิ นาทีที่ 83 ศศลักษณ์ได้ยิงอีกครั้ง แต่บอลเข้าข้างตาข่าย

เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+5 แข้งไทยพังประตูชัยจากจังหวะที่สุริยาเติมเกมรุกขึ้นมาเปิดบอลเข้ากลางให้เจนรบลอยตัวขึ้นโขกโล่งๆ เข้าไปตุงตาข่ายให้ทีมไทยเชือดชนะพม่า 1-0 พร้อมกับทะลุผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 16 และลุ้นคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน รวมทั้งเป็นการผ่านเข้าชิงได้เป็นครั้งที่ 20 อีกด้วย โดยรอบชิงชนะเลิศจะแข่งขันกันที่สนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาริล วันที่ 29 สิงหาคม ตามเวลาไทย 19.45 น.

ทั้งนี้ หลังจากที่ทีมชาติไทยชนะพม่า พร้อมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ทำให้รับเงินรางวัลอัดฉีดเพิ่มอีก 1 ล้านบาท จาก “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทำให้เมื่อรวมกับเงินอัดฉีดก่อนหน้านี้อีก 1 ล้าน จากการชนะ เวียดนาม 3-0 ในรอบแรก นัดสุดท้าย ทำให้ทีมชาติไทยรับเงินรางวัลอัดฉีดสะสมรวมแล้วเป็น 2 ล้านบาท

นอกจากนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ร่วมมือกับภาคเอกชน เตรียมมอบรางวัลให้ทีมฟุตบอลชาย-หญิง และทีมฟุตซอลชาย-หญิง ชุดซีเกมส์ 2017 ซึ่งมียอดเงินแล้ว 14 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ 5 ล้านบาท 2.ธนาคารไทยพาณิชย์ 3 ล้านบาท 3. กลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอเนอร์จี กรุ๊ป 3 ล้านบาท 4.บริษัท ไอ-สปอร์ต จำกัด 1 ล้านบาท และ 5.บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด 2 ล้านบาท