‘โค้ชโย่ง’ลั่นเจอใครก็ได้นัดชิงบอลชายซีเกมส์

26.08.17 | 17:48 น.

ภายหลังจาก “ช้างศึกพลังหนุ่ม” ตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชาย กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ด้วยการเฉือนชัยพม่า 1-0 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ กล่าวว่า ยอมรับว่าตื่นเต้นกับเกมนี้มาก ตอนเจนรบ สำเภาดี กองหน้ากัปตันทีมโหม่งเข้ายังนึกว่าเหลืออีก 15 นาที และคิดว่ากรรมการเป่าเป็นลูกฟาวล์ คงเป็นเพราะใจจดจ่ออยู่กับเกม ซึ่งเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทีมดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเริ่มต้นไม่ค่อยดีในทัวร์นาเมนท์นี้ แต่เราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้นักเตะชุดนี้ไม่ใช่ชุดที่ดีที่สุด แต่เป็นชุดที่พร้อมมากที่สุด ขอชมลูกทีมที่สู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีการเป็นตัวแทนของประเทศไทย

“ก่อนลงสนามผมได้กระตุ้นนักเตะให้เล่นเพื่อเพื่อนเจ้าหน้าที่สมาคม 3 คนที่เสียชีวิต ที่สำคัญหากเราเป็นแชมป์ได้คนไทยจะภูมิใจ และดีในมากที่สุด ชัยชนะนัดนี้ขอมอบให้ลูกทีมทุกคน และผมต้องขอขอบคุณ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่อยู่เคียงข้างผมมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ผมจะเป็นโค้ชที่โดนไล่ออกคนแรก แต่ท่านนายกยังไว้วางใจ รวมถึงต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุนด้วย” โค้ชโย่งกล่าว

กุนซือแข้งซีเกมส์ไทยกล่าวอีกว่า สำหรับรอบชิงชนะเลิศนั้น เจอใครก็ได้ทั้งหมด พวกเราไม่มีความกลัวหลงเหลือแล้ว มีแต่ความมั่นใจที่อยากจะประสบความสำเร็จในซีเกมส์ครั้งนี้ หรืออย่างน้อยทำให้แฟนบอลได้ประทับใจ แต่พวกเราทุกคนจะทำเต็มที่เพื่อคว้าเหรียญทองกลับประเทศไทยให้ได้

ขณะที่ “มาดามเดียร์” นางวทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีม กล่าวว่า เกมนี้อึดอัดมาตั้งแต่นาทีแรก จนได้ประตูชัยในช่วงท้าย โดยเด็กๆ ทุกคนตั้งใจมากตั้งแต่ผ่านรอบแรกมาได้ และหวังจะคว้าเหรียญทองกลับไปให้ได้ ซึ่งในรอบชิงหากเจอเจ้าภาพได้เตรียมใจมาอยู่แล้วว่าต้องเจออะไรหลายอย่างในสนาม แต่กำชับเด็กทุกคนให้ควบคุมสติอารมณ์ในสนามให้ได้ เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รวมทั้งจะต้องระมัดระวังไม่เปิดโอกาสให้เขาเอาเปรียบเราได้

ด้านแกร์ด ซิเซ่ กุนซือทีมพม่า กล่าวว่า ยอมรับว่าคุณภาพนักเตะตัวจริงและตัวสำรองของพม่าไม่เท่ากัน ซึ่งตัวเองไม่มีทางเลือกมากนัก ส่วนการเสียประตูในช่วงนาทีสุดท้ายนั้น นักเตะพม่าไม่มีสมาธิกันเอง ซึ่งก็ต้องยอมรับกับผลที่เกิดขึ้น

Advertisement