ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ยอดมวยไร้พ่าย 49 ไฟต์ชาวอเมริกันวัย 40 ปี ที่ประกาศแขวนนวมตั้งแต่เดือนกันยายน 2015 คันไม้คันมือกลับมาชกไฟต์พิเศษที่เปิดปากท้าทายไปมากับคอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ ยอดมวยกรงเหล็ก (นักต่อสู้ศิลปผสมผสาน) จากไอร์แลนด์ ที่อายุน้อยกว่าถึง 11 ปี แต่เป็นการชกในกติกามวยสากล ที่สนามที-โมบาย อารีน่า แถบพาราไดส์ ติดนครลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม หรือตรงกับช่วงครึ่งวันเช้าตามเวลาเมืองไทย
ก่อนชกไฟต์นี้ ฟลอยด์ซึ่งตัวเล็ก และเตี้ยกว่าอย่างชัดเจน เริ่มต่อปากต่อคำนอกสังเวียนกับแม็คเกรเกอร์ จนมีการจัดไฟต์ให้ฟาดปากกันบนสังเวียนท่ามกลางกระแสวิจารณ์ในแง่ลบของคนส่วนใหญ่ในวงการมวย เนื่องจากมองว่าเป็นการชกแบบ “ปาหี่” เพราะแม็คเกรเกอร์ที่เป็นมวยกรงไม่เคยต่อยมวยอาชีพแบบจริงจังมาก่อน จึงไม่น่าจะมีอะไรมาสู้กับมวยอาชีพที่เขี้ยวลากดินอย่างฟลอยด์ ในการชกแบบกติกามวยสากล
อย่างไรก็ตาม การกลับมาในรอบ 2 ปีของฟลอยด์ เพื่อเจอกับแชมป์โลกมวยกรง “ยูเอฟซี” (อัลติเมต ไฟติ้ง แชมเปี้ยนชิพ) รุ่นไลต์เวต และเฟเธอร์เวตอย่างแม็คเกรเกอร์ที่มีสถิติแพ้ชาวบ้านแค่ 3 ครั้งตลอด 24 ไฟต์ รวมทั้งยังไล่น็อกคู่แข่งถึง 18 หน และการใช้สงครามน้ำลายมาโปรโมตกันกลับได้ผล เนื่องจากเป็นความแปลกใหม่ที่คอมวยโลกอยากเห็นการชกโชว์ทำนองนี้บ้าง
ส่งผลให้การขายการแพร่ภาพการชกแบบเสียเงิน หรือ “เปย์ เปอร์ วิว” เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ของค่าย “โชว์ไทม์” มีการซื้อมากกว่าไฟต์หยุดโลกที่ฟลอยด์ชนะแมนนี่ ปาเกียว 2 ปีก่อน ไม่ต่ำกว่า 4.5 ล้านจุด คิดเป็นเงินจุดละประมาณ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐ (2,970-3,300 บาท / อัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐ 33 บาท) รวมแล้วทะลุหลัก 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (13,200 ล้านบาท)
โดยฟลอยด์รับเงินแน่ๆ ไปแล้ว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,300 ล้านบาท) ขณะที่แม็คเกรเกอร์การันตีค่าชกไฟต์นี้อย่างน้อย 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (990 ล้านบาท) แต่บางแหล่งข่าวเผยว่าฟลอยด์ได้เงินร่วม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6,600 ล้านบาท) เลยทีเดียว เช่นเดียวกับแม็คเกรเกอร์ก็รับราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนผลการชกปรากฏว่า แม็คเกรเกอร์ที่คุยว่าจะน็อกฟลอยด์ให้ได้ภายใน 4 ยก พยายามวิ่งเข้าใส่ตั้งแต่ต้นยก 1-4 แต่หลังจากนั้นเริ่มหมดแรงทำได้แค่ประคองตัวชกไปมา ผิดกับฟลอยด์ที่ปกติเป็นมวยเชิงเอาแต่ถอยดักชกจนแฟนมวยคอซาดิสต์หมั่นไส้ และคอยตามแช่ง กลับอาศัยความที่แม็คเกรเกอร์ไม่เป็นมวยเดินเข้าชก แม้จะมีโดนสวนลำตัว และมีอาการสะดุ้งอยู่บ้าง
แต่สุดท้าย ฟลอยด์ก็ไล่ต่อยแม็คเกอร์ซึ่งยืนเซไปมาในยก 10 และโรเบิร์ต เบิร์ด กรรมการตัดสินใจยุติการชกท่ามกลางแฟนมวยในสนามกว่า 14,000 คน โดยที่แม็คเกรเกอร์ยังแย้งว่าตัวเองยังสามารถชกได้ต่อก็ตาม
ส่งผลให้เมย์เวทเธอร์ยืดสถิติไม่แพ้ใครในชีวิตเป็น 50 ไฟต์ แต่เจ้าตัวยังยืนยันคำเดิมก่อนที่จะกลับมาชกไฟต์นี้ไฟต์เดียวว่าจะไม่ชกมวยอีกแล้ว เพราะนี่คือการชกครั้งสุดท้าย และตัวเองก็เลือกคู่ชกได้ถูกต้องแล้ว เนื่องจากแม็คเกอร์เป็นแชมเปี้ยนส์ที่นรกเอามากๆ อย่างไรก็ตาม ฟลอยด์เผยแผนการชกว่า คือปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายเข้าทำก่อนเพื่อตัดทอนกำลัง แล้วค่อยเผด็จศึกในยกท้ายๆ เนื่องจากรู้ดีว่านักต่อสู้ศิลปผสมผสานจะต่อยกันเต็มที่แค่ 5 ยก 25 นาทีเท่านั้น ขณะที่มวยสากลชกกันยกละ 3 นาที 12 ยก
ด้านแม็คเกรเกอร์เสียดายที่กรรมการจับตัวเองแพ้ทีเคโอเร็วไปหน่อย แต่ยอมรับว่าฟลอยด์ทรงมวยสุดยอด ทั้งที่ต่อยแบบเรื่อยๆ ความเร็ว หรือน้ำหนักหมัดก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร











