‘ฟลอยด์’ไม่พลาด ไล่น็อก‘แม็คเกรเกอร์’ยก 10 (ภาพชุด)

27.08.17 | 12:10 น.
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ (ขวา) และคอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ (ภาพ AFP)

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ยอดมวยไร้พ่าย 49 ไฟต์ชาวอเมริกันวัย 40 ปี ที่ประกาศแขวนนวมตั้งแต่เดือนกันยายน 2015 คันไม้คันมือกลับมาชกไฟต์พิเศษที่เปิดปากท้าทายไปมากับคอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ ยอดมวยกรงเหล็ก (นักต่อสู้ศิลปผสมผสาน) จากไอร์แลนด์ ที่อายุน้อยกว่าถึง 11 ปี แต่เป็นการชกในกติกามวยสากล ที่สนามที-โมบาย อารีน่า แถบพาราไดส์ ติดนครลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม หรือตรงกับช่วงครึ่งวันเช้าตามเวลาเมืองไทย

ก่อนชกไฟต์นี้ ฟลอยด์ซึ่งตัวเล็ก และเตี้ยกว่าอย่างชัดเจน เริ่มต่อปากต่อคำนอกสังเวียนกับแม็คเกรเกอร์ จนมีการจัดไฟต์ให้ฟาดปากกันบนสังเวียนท่ามกลางกระแสวิจารณ์ในแง่ลบของคนส่วนใหญ่ในวงการมวย เนื่องจากมองว่าเป็นการชกแบบ “ปาหี่” เพราะแม็คเกรเกอร์ที่เป็นมวยกรงไม่เคยต่อยมวยอาชีพแบบจริงจังมาก่อน จึงไม่น่าจะมีอะไรมาสู้กับมวยอาชีพที่เขี้ยวลากดินอย่างฟลอยด์ ในการชกแบบกติกามวยสากล

อย่างไรก็ตาม การกลับมาในรอบ 2 ปีของฟลอยด์ เพื่อเจอกับแชมป์โลกมวยกรง “ยูเอฟซี” (อัลติเมต ไฟติ้ง แชมเปี้ยนชิพ) รุ่นไลต์เวต และเฟเธอร์เวตอย่างแม็คเกรเกอร์ที่มีสถิติแพ้ชาวบ้านแค่ 3 ครั้งตลอด 24 ไฟต์ รวมทั้งยังไล่น็อกคู่แข่งถึง 18 หน และการใช้สงครามน้ำลายมาโปรโมตกันกลับได้ผล เนื่องจากเป็นความแปลกใหม่ที่คอมวยโลกอยากเห็นการชกโชว์ทำนองนี้บ้าง

ส่งผลให้การขายการแพร่ภาพการชกแบบเสียเงิน หรือ “เปย์ เปอร์ วิว” เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ของค่าย “โชว์ไทม์” มีการซื้อมากกว่าไฟต์หยุดโลกที่ฟลอยด์ชนะแมนนี่ ปาเกียว 2 ปีก่อน ไม่ต่ำกว่า 4.5 ล้านจุด คิดเป็นเงินจุดละประมาณ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐ (2,970-3,300 บาท / อัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐ 33 บาท) รวมแล้วทะลุหลัก 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (13,200 ล้านบาท)

โดยฟลอยด์รับเงินแน่ๆ ไปแล้ว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,300 ล้านบาท) ขณะที่แม็คเกรเกอร์การันตีค่าชกไฟต์นี้อย่างน้อย 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (990 ล้านบาท) แต่บางแหล่งข่าวเผยว่าฟลอยด์ได้เงินร่วม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6,600 ล้านบาท) เลยทีเดียว เช่นเดียวกับแม็คเกรเกอร์ก็รับราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Advertisement

ส่วนผลการชกปรากฏว่า แม็คเกรเกอร์ที่คุยว่าจะน็อกฟลอยด์ให้ได้ภายใน 4 ยก พยายามวิ่งเข้าใส่ตั้งแต่ต้นยก 1-4 แต่หลังจากนั้นเริ่มหมดแรงทำได้แค่ประคองตัวชกไปมา ผิดกับฟลอยด์ที่ปกติเป็นมวยเชิงเอาแต่ถอยดักชกจนแฟนมวยคอซาดิสต์หมั่นไส้ และคอยตามแช่ง กลับอาศัยความที่แม็คเกรเกอร์ไม่เป็นมวยเดินเข้าชก แม้จะมีโดนสวนลำตัว และมีอาการสะดุ้งอยู่บ้าง

แต่สุดท้าย ฟลอยด์ก็ไล่ต่อยแม็คเกอร์ซึ่งยืนเซไปมาในยก 10 และโรเบิร์ต เบิร์ด กรรมการตัดสินใจยุติการชกท่ามกลางแฟนมวยในสนามกว่า 14,000 คน โดยที่แม็คเกรเกอร์ยังแย้งว่าตัวเองยังสามารถชกได้ต่อก็ตาม

ส่งผลให้เมย์เวทเธอร์ยืดสถิติไม่แพ้ใครในชีวิตเป็น 50 ไฟต์ แต่เจ้าตัวยังยืนยันคำเดิมก่อนที่จะกลับมาชกไฟต์นี้ไฟต์เดียวว่าจะไม่ชกมวยอีกแล้ว เพราะนี่คือการชกครั้งสุดท้าย และตัวเองก็เลือกคู่ชกได้ถูกต้องแล้ว เนื่องจากแม็คเกอร์เป็นแชมเปี้ยนส์ที่นรกเอามากๆ อย่างไรก็ตาม ฟลอยด์เผยแผนการชกว่า คือปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายเข้าทำก่อนเพื่อตัดทอนกำลัง แล้วค่อยเผด็จศึกในยกท้ายๆ เนื่องจากรู้ดีว่านักต่อสู้ศิลปผสมผสานจะต่อยกันเต็มที่แค่ 5 ยก 25 นาทีเท่านั้น ขณะที่มวยสากลชกกันยกละ 3 นาที 12 ยก

ด้านแม็คเกรเกอร์เสียดายที่กรรมการจับตัวเองแพ้ทีเคโอเร็วไปหน่อย แต่ยอมรับว่าฟลอยด์ทรงมวยสุดยอด ทั้งที่ต่อยแบบเรื่อยๆ ความเร็ว หรือน้ำหนักหมัดก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร