กีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 19-30 สิงหาคม 2560 ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็น “ซีโกง” ไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ในพิธีปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ไครี่ จามารุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาและเยาวชนของมาเลเซีย เดินทางไปรับธงเจ้าภาพซีเกมส์ต่อจากสิงคโปร์ พร้อมกับประกาศ ณ วินาทีนั้นว่า มาเลเซียจะครองเจ้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29…!!!
นับจากนั้นเป็นต้นมา มาเลเซียเริ่มเดินเกมไม่ว่าจะ “บนดิน” หรือ “ใต้ดิน” เพื่อไปสู่ชัยชนะ ไปสู่เป้าหมายที่หัวเรือใหญ่ประกาศเอาไว้ชัดเจน
มาเลเซียเริ่มส่งสัญญาณว่าเอาจริงเอาจังกับการไปสู่บัลลังก์เจ้าเหรียญทองก่อนเริ่มแข่งขัน 1 ปี โดยการประกาศชนิดกีฬาที่จัดชิงชัย 38 ชนิดกีฬา 404 เหรียญทอง ปรากฏว่าเจ้าภาพเลือกจัดเฉพาะกีฬาที่นักกีฬาตัวเองมีความหวังล่าเหรียญทอง พร้อมกับตัดกีฬาที่เป็นอีเวนต์ความหวังเหรียญทองของคู่แข่งทุกชาติ…
เริ่มจาก มวยสากล มาเลเซียเลือกจัดเฉพาะอีเวนต์ชาย 6 รุ่น ส่วนประเภทหญิงไม่จัดแข่งขันเพราะมาเลเซียไม่มีตัวนักชกหญิงที่โดดเด่น
ต่อกันด้วย ยกน้ำหนัก เจ้าภาพไม่จัดแข่งขันยกน้ำหนักหญิง เพราะจอมพลังสาวของไทยไปไกลระดับโอลิมปิกเกมส์แล้ว จัดไปก็ยกเหรียญทองให้ไทย จึงไม่จัดเอาดื้อๆ และเลือกที่จะจัดชิงชัยเฉพาะจอมพลังชาย ที่เป็นรุ่นเล็กเท่านั้น เพราะรุ่นใหญ่ จอมพลังไทยเองก็ดูดีกว่าชาติอื่น
ต่อกันด้วย วอลเลย์บอลชายหาด ซึ่งไทยกับเวียดนามจะได้ลุ้นแย่งเหรียญทอง แต่นักกีฬาเจ้าภาพไม่มีลุ้น ดังนั้นมาเลเซียก็ยังคงคอนเซ็ปต์ “งานละเอียด” ไม่มีลุ้นก็ไม่จัด ใครจะทำไม
เท่านั้นไม่พอ มาเลเซียประกาศบรรจุกีฬาที่ไม่เป็นกีฬาสากลนัก แต่นักกีฬาเจ้าภาพได้ลุ้นเหรียญทอง อาทิ ปันจักสีลัต, คริกเก็ต, เนตบอล รวมไปถึง ฮอกกี้น้ำแข็ง และ สเก๊ตน้ำแข็ง ซึ่งเป็นกีฬาฤดูหนาวมาชิงชัยเหรียญทองในซีเกมส์คราวนี้แบบที่หลายชาติมึนงง
เจ้าภาพคราวนี้งานละเอียดจริงๆ วางหลายช็อตสำรองกันชนิดที่ต้องไม่พลาดเจ้าเหรียญทอง อาทิ การจัดปันจักสีลัตไปชิงชัยวันสุดท้ายแบบมโหฬารเพราะนักปันจักสีลัตเจ้าถิ่นจะโกยทองกรณีขับเคี่ยวแย่งเจ้าทองอยู่กับชาติใดชาติหนึ่ง ฯลฯ

สาเหตุที่มาเลเซียทำทุกทางเพื่อไปสู่การเป็นเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 29 เนื่องจากต้องการให้ประชาชนในประเทศร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จกันแบบต่อเนื่องเพราะทันทีที่ซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ปิดฉากลงในคืนวันที่ 30 สิงหาคมนั้น วันรุ่งขึ้น 31 สิงหาคม ประชาชนจะได้เฉลิมฉลองวันชาติของมาเลเซียกันแบบต่อเนื่องทันทีมาเลเซียไม่สนสโลแกนที่พวกเขาตั้งขึ้นในซีเกมส์ ครั้งที่ 29 นั่นคือ “Rising Together” หรือ “ก้าวหน้าไกลไปด้วยกัน” เดินเกมแหกกฎ แหกจารีต แหกธรรมเนียมอันดีงามของชาวกีฬาอย่างไม่ต้องเหนียมอายใคร…!!!
สโลแกนดังกล่าวมองในมุมโลกสวยคือ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 จัดขึ้นเพื่อหลอมรวมความเป็นหนึ่งเดียว ก่อเกิดความรัก ความสามัคคี กลมเกลียวผ่านกีฬา เพราะเป็นการจัดซีเกมส์ครั้งแรกหลังจากมีการรวมตัวกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เมื่อปลายปี 2558
แต่ในโลกความเป็นจริง ซีเกมส์ ยังคงเป็นซีเกมส์ เป็นมหกรรม “ซีโกง” ของประเทศเจ้าภาพ เพราะทุกชาติลืมหลักการกีฬา ธรรมนูญกีฬา ที่ให้คำมั่นสัญญาต่อชาวกีฬาโลกไว้ตอนเป็นสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี)
นับตั้งแต่เปิดฉากชิงชัยซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม เป็นต้นมา มีหลายเหตุการณ์ “โกง” เอื้อประโยชน์ให้นักกีฬาเจ้าภาพกันแบบโจ๋งครึ่ม แบบไม่ต้องอายชาติคู่แข่ง
ที่เกี่ยวข้องกับทัพนักกีฬาไทยเจ้าของเจ้าเหรียญทองครั้งก่อนเริ่มจาก ฟุตบอลหญิง ที่นักเตะแม่เนื้ออ่อนไทยเพิ่งจะพลาดแชมป์ไปหมาดๆ ชนิดน้ำตามท่วมเพราะโดนเล่ห์กลเจ้าภาพเล่นงานเข้าอย่างจัง มีอย่างที่ไหนโปรแกรมเตะนัดสุดท้าย เตะไม่พร้อมกันทั้งที่เป็น 2 คู่ที่กำลังลุ้นแชมป์ เจ้าภาพจัดให้ไทยเตะกับฟิลิปปินส์ก่อนกลางแดดเปรี้ยงๆ เงื่อนไขคือไทยต้องยิงฟิลิปปินส์ให้เยอะที่สุดเพราะคู่หลังเจ้าภาพมาเลเซียเลือกได้ว่าจะให้ใครได้แชมป์ เพราะสาวเจ้าถิ่นที่หมดลุ้นแล้วโม่แข้งกับเวียดนามเวลา 20.45 น. เย็นสบาย และสาวเจ้าถิ่นก็เปิดทางให้สาวญวนถลุงเละ 6-0 ยกแชมป์ให้เวียดนามไปครอง ส่วนสาวไทยอกหัก
กรณีนี้ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมแข้งสาวไทย รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมเจ้าภาพและได้ทำหนังสือยื่นประท้วงขอให้เจ้าภาพปรับโปรแกรมเตะนัดสุดท้ายมาคิกออฟพร้อมกันเพราะมีผลต่อการลุ้นแชมป์ แต่เจ้าภาพไม่สนใจและเงียบหายไป กระทั่งโผล่มามีหนังสือตอบกลับถึงทีมสาวไทยอย่างเป็นทางการตอนที่สาวไทยเตะกับ ฟิลิปปินส์ ในครึ่งแรกไปแล้ว
คำถามคือ ส่งกลับมาเพื่อ? หรือแค่รักษามารยาทตอบกลับจดหมายของไทย แต่ไม่ยอมเลื่อนโปรแกรมมาเตะพร้อมกัน ทำอย่างนี้สู้เงียบหายไปเลยตั้งแต่แรกไม่ดีกว่าหรือ งานนี้สาวไทยเลยอกหักชวดแชมป์เพราะโดนกลั่นแกล้งแบบสุดแสบ
กีฬาต่อมาคือ ยิมนาสติก ซึ่งยิมนาสติกศิลป์ชาย ประเภทม้าหู นักยิมฯมาเลเซีย 2 คนคือ ตัน ฟู เจี๋ย และ เจเรเมียห์ ลู่ ทำคะแนนเท่ากันจนครองเหรียญทองร่วมกัน และนับ 2 เหรียญทองบนตารางรวมเหรียญรางวัล ปล่อยให้นักยิมนาสติกตัวเต็งของไทยอย่าง จามร พรหมณี จบเพียงแค่เหรียญทองแดง

ถามว่าโอกาสเกิดขึ้นได้ไหม คำตอบคือ เกิดขึ้นได้ แต่ไม่บ่อยนัก เพราะยิมนาสติกจะมีกรรมการให้คะแนนหลายคน และเปลี่ยนกติกาการให้คะแนนใหม่ที่ค่อนข้างจะละเอียดขึ้น จึงเป็นเรื่องน่าคิดที่คะแนนรวมนักยิมนาสติกเจ้าภาพเท่ากันแม้กระทั่งจุดทศนิยม
นอกจากนี้ยิมนาสติกยังโดนเล่ห์กลเจ้าภาพเล่นงานอีกเพียบ ไล่ตั้งแต่ 1.จัดโปรแกรมการฝึกซ้อมให้ไทยซ้อมตอนเช้า ทั้งที่รู้ดีว่าเราเดินทางไปถึงตอนเย็น 2.จับสลากก็แอบจัดกันเองโดยที่ไม่ให้ชาติอื่นได้รับรู้ แถมยังให้ทีมไทยแข่งเป็นทีมแรก เพื่อลองคะแนนเหมือนหนูทดลองยา 3.ระบบแสดงคะแนนมองไม่เห็น แสดงเจตนาปกปิดไม่ต้องการให้คู่แข่ง โดยเฉพาะไทย คำนวณคะแนนการแข่งขันได้ 4. ขณะแข่งขันได้มีการวางทีมเชียร์รบกวนสมาธินักยิมนาสติกของไทยด้วยการโห่เพื่อทำลายสมาธิ 5.ผู้จัดการทีมโดนเจ้าหน้าที่ไล่ออกจากสนามทั้งที่ทำไอดีการ์ดถูกต้องตามระเบียบ
อีก 2 กีฬาที่โดนเจ้าภาพเล่นงานอย่างหนักคือ ฟุตซอล ทั้งชาย-หญิง และ วอลเลย์บอล ที่โดนเจ้าภาพเล่นงานในตำราเดียวกันตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรงแรม ทั้งเรื่องอาหารเช้าที่ไม่เพียงพอ ไม่จัดรถบริการรับส่งไปสนามซ้อม และสนามแข่งขันทั้งที่ตกลงกันเรียบร้อย ทำให้นักกีฬาไทยต้องโบกแท็กซี่ไปสนามซ้อมและแข่งขันเอง การขยับโปรแกรมซ้อมไปในช่วงหัวค่ำเพื่อให้นักกีฬาเลิกดึกเพื่อให้การพักผ่อนไม่เพียงพอ เรียกว่า มาเลเซียจัดหนัก จัดเต็มจนบางครั้งนักกีฬาไทยหงุดหงิดไม่มีสมาธิอยู่กับการแข่งขัน อีกเรื่องที่น่าแปลกใจคือ ทั้งฟุตซอลชาย-หญิง และวอลเลย์บอล เจ้าภาพไม่ถ่ายทอดสดเพราะเป็นกีฬาที่ไทยมีความหวังแต่เลือกที่จะไปผลิตสัญญาณกีฬาที่ไม่อยู่ในความสนใจ


ต่อกันที่ คาราเต้ นักกีฬาไทย โดนเตะตัดขาไม่ให้เข้ารอบชิงชนะเลิศแบบน่าเกลียด 2 รุ่น โดยรุ่นแรก ทิพย์วัลย์ คำศรี นักคาราเต้สาวไทยรุ่นน้ำหนักต่ำกว่า 55 กก. หญิง โดนกรรมการจับแพ้ฟาวล์ในรอบตัดเชือกขณะนำคู่แข่งชาวเวียดนามอยู่ 3-2 คะแนนทั้งที่เหลืออีก 5 วินาที โดยกรรมการบอกว่า ทิพย์วัลย์ไปผลักคู่แข่ง เพราะรุ่นนี้นักคาราเต้สาวมาเลเซียที่เคยแพ้ทิพย์วัลย์มาแล้วหลายรายการไปรอชิงชนะเลิศอยู่
อีก 1 รุ่นที่ทีมคาราเต้ไทยโดนโกงแบบดื้อๆ รุ่นน้ำหนักต่ำกว่า 55 กก.ชาย สิรวิชญ์ สว่างศรี แข่งรอบรองชนะเลิศนำคู่แข่งอยู่ 2-0 โดนกรรมการรายเดิมจับแพ้ฟาวล์ไปอีกคนเพราะหากปล่อยไว้จะเป็นเสี้ยนหนามนักคาราเต้เจ้าภาพที่เข้าไปยืนรอชิงชนะเลิศเช่นกัน
มิหนำซ้ำทั้ง 2 กรณีของทีมคาราเต้ไทยไม่สามารถยื่นประท้วงกรรมการได้อีกเพราะระเบียบระบุไว้ว่า หากไม่เกี่ยวข้องกับคะแนน และอยู่ในดุลพินิจของกรรมการบนเวที จะไม่สามารถยื่นประท้วงได้
นี่ยังไม่รวมทีม โปโลน้ำ ชายของไทยที่โดนจ้าภาพจัดโปรแกรมสุดโหดลงสนาม 4 วันติดต่อกัน แต่ชาติอื่นๆ ได้ลงแข่งแบบวันเว้นวัน มีเวลาพักฟื้นร่างกาย รวมไปถึงโปรแกรมเตะฟุตบอลชายของไทยที่จัดให้ลงสนามท่ามกลางแดดเปรี้ยง 3 นัดในรอบแรก
ไม่ใช่แค่นักกีฬาไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบเรื่องคำตัดสินของกรรมการหรือการบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพของเจ้าภาพ เช่น ทีมเซปักตะกร้อทีมเดี่ยวหญิงของอินโดนีเซียวอล์กเอาต์ขณะแข่งขันกับเจ้าภาพ มาเลเซีย โดยให้เหตุผลว่ากรรมการเข้าข้างเจ้าภาพจนเกินงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมที่ 2 ซึ่งกรรมการจับฟาวล์ลูกเสิร์ฟของอินโดนีเซียขณะที่อินโดนีเซียนำอยู่ 16-10 สร้างความไม่พอใจให้กับสต๊าฟโค้ชแดนอิเหนาที่เข้าไปประท้วงอย่างรุนแรงก่อนพานักกีฬาเดินออกจากสนาม
ส่วนการแข่งขันเดิน 10,000 เมตร หญิง ซึ่ง เอเลน่า โก๊ะ หลิน หยิง นักกีฬาเจ้าภาพได้เหรียญทองไปครองนั้น เว็บไซต์ ngoisao.net สื่อเวียดนามก็นำภาพมาแฉว่า นักกีฬามาเลเซียทำผิดกติกาเนื่องจากตามกฎการแข่งขันเดินนั้น เท้าข้างใดข้างหนึ่งต้องสัมผัสพื้นตลอดเวลา แต่จากภาพที่ถ่ายมาพบว่าโก๊ะ หลิน หยิง เท้าลอยจากพื้นทั้ง 2 ข้าง เข้าข่ายการ “วิ่ง” จึงถือว่าทำผิดกติกาต้องโดนเตือน แต่ก็ไม่มีกรรมการคนใดยกประเด็นนี้ขึ้นมาเลย

ส่วนทีมฟุตบอลหญิงพม่าโดนทิ้งไว้ที่สนามแข่งขันหลังถล่มเจ้าภาพ 5-0 เพราะรถบัสไม่มารับ ต้องรอนานเป็นชั่วโมงกว่าจะได้เดินทางกลับโรงแรม ส่วนทีมเทเบิลเทนนิสของสิงคโปร์ ตัวเต็งเหรียญทองก็ต้องประสบชะตากรรมไม่ต่างกัน แต่คราวนี้เป็นปัญหารถไม่มารับไปแข่งขันตามกำหนดเวลาจนวุ่นวาย
ผู้สังเกตการณ์บางส่วนมองว่า หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเจตนาที่จะเอื้อให้เจ้าภาพประสบความสำเร็จครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองในกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาเกิดจากความไม่พร้อมหรือขาดความเป็นมืออาชีพของเจ้าภาพเช่นกัน
อย่างเรื่อง เว็บไซต์ประจำการแข่งขัน เท้าความกันสักนิดว่า สมัยที่เทคโนโลยียังไม่พัฒนา ผู้สื่อข่าวจะยืนยันผลการแข่งขันแต่ละอีเวนต์ผ่านทางรายงานการแข่งขันอย่างเป็นทางการที่ฝ่ายจัดการแข่งขันแฟกซ์หรือถ่ายเอกสารมาจากสนามนั้นๆ แต่ในยุคปัจจุบัน เพื่อความสะดวกรวดเร็วและประหยัดทรัพยากร เจ้าภาพมักจะอัพเดตผลการแข่งขันผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ อำนวยความสะดวกให้ผู้สื่อข่าวได้เช็กผลครบทุกกีฬาไม่ว่าจะอยู่ที่สนามไหนก็ตาม
แต่เว็บไซต์ซีเกมส์ 2017 กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ของทั้งนักข่าวและคนรักกีฬาที่อยากติดตามผลแบบเกาะติดสถานการณ์ ตั้งแต่การออกแบบเว็บไซต์ที่ทำให้ยากต่อการค้นหาข้อมูล การอัพเดตข้อมูลล่าช้า ไม่มีรายละเอียดของผลการแข่งขันแบบรายวัน บางครั้งก็อัพเดตเหรียญรางวัลผิด กลายเป็นว่าผู้สื่อข่าวต้องใช้วิธีโทรศัพท์สายตรงถึงนักกีฬา โค้ช หรือผู้แทนสมาคมกีฬาทีละสมาคมเพื่อเช็กผลการแข่งขันของวันนั้นๆ แทน
แม้แต่สื่อมาเลเซียอย่าง มาเลย์ เมล ยังทนไม่ไหว ต้องเขียนคอลัมน์ถามฝ่ายจัดการแข่งขันว่าข้อมูลที่ควรจะพึงมีต้องไปหาดูที่ไหน?
นอกจากนี้ยังมีปัญหาความละเอียดในการตรวจสอบข้อมูลซึ่งกลายเป็นประเด็นวุ่นวายตั้งแต่วันเปิดฉากอย่างเป็นทางการ เมื่อสูจิบัตรที่แจกในพิธีเปิดการแข่งขันเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พบว่าธงชาติประเทศอินโดนีเซียพิมพ์กลับหัว จากแถบสีแดงด้านบนกับแถบสีขาวด้านล่าง เป็นแถบสีขาวด้านบนและแถบสีแดงด้านล่าง (ซึ่งเหมือนธงชาติโปแลนด์แทน) ทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ และเกิดกระแสการติดแฮชแท็ก #ShameonyouMalaysia จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ของอินโดนีเซีย

ปัญหาเรื่องธงยังมีมาเรื่อยๆ เมื่อการถ่ายทอดสดการแข่งขันวูซู เจ้าภาพฉายภาพธงชาติอินโดนีเซียให้กับนักกีฬาเวียดนามที่ได้เหรียญทอง ส่วนการแข่งขันระบำใต้น้ำก็ใช้ธงกองทัพของบรูไนมาแนะนำนักกีฬา แทนที่จะเป็นธงชาติของบรูไน
ประเด็นล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมาซึ่งสื่อต่างประเทศเอาไปตีข่าวทั่วโลก คือเหตุการณ์นักกีฬาอาหารเป็นพิษพร้อมกันจนต้องเข้าโรงพยาบาล 1 คน และต้องพักฟื้นที่โรงแรม 15 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นนักกีฬาว่ายน้ำที่ถึงกับพลาดลงแข่งขันไป 1 อีเวนต์
…กรณีนี้ไม่มีสมาชิกชาติใดชี้นิ้วว่าเป็นแผน “โกง” ของเจ้าภาพ เพราะนักกีฬาที่ล้มป่วยทั้งหมดเป็นนักกีฬามาเลเซียเอง
และอาจจะตอกย้ำอีกครั้งว่า มาเลเซียจัดซีเกมส์ครั้งนี้ได้น่าผิดหวังจริงๆ

