“โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลงานภาพรวมว่ายน้ำไทยที่คว้าได้ 3 ทอง 9 เงิน 7 ทองแดง แยกเป็น โปโลน้ำ 1 ทอง ที่หลือเป็นว่ายน้ำนั้น ถือว่าน่าพอใจ โปโลน้ำหญิงไทยถือว่าก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ส่วนทีมชายนั้นคิดว่าคงต้องกลับไปสังคายนากันใหม่ ขณะที่ระบำใต้น้ำนั้นเพิ่งได้โค้ชอิตาลีคนใหม่มา ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 เดือน ถือว่าพัฒนาขึ้นมามาก อีก 2-4 ปีข้างหน้าจะสู้ได้แน่นอน ขณะที่ในส่วนของว่ายน้ำนั้น ทางสมาคมเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี กีฬาสถิติรู้ดีอยู่ว่าเป็นอย่างไร จริงๆ แล้วเด็กไทยไม่ได้ขี้เหร่ เพียงแต่นักกีฬาไทยส่วนใหญ่เป็นประเภทเก่งแบบเฉพาะท่าเป็นจำนวนมาก ต่างจากเวียดนามหรือสิงคโปร์ ที่มีซุปเปอร์สตาร์ที่ครบเครื่อง ทำให้เก็บเหรียญได้เป็นกอบเป็นกำ
“โค้ชตึก” กล่าวต่อว่า ปัญหาของกีฬาว่ายน้ำคือ เรื่องผู้ฝึกสอน หลายๆ ชาติที่พัฒนากีฬาว่ายน้ำขึ้นมานั้นใช้การเก็บตัวต่างประเทศ ทั้งสหรัฐ หรือออสเตรเลีย แม้ว่าล่าสุดของไทยทาง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกสมาคมฯ พยายามสนับสนุนการเก็บตัวต่างประเทศ แต่ไปเพียง 3-6 เดือนยังไม่พอ เพราะหากจะพัฒนาสถิติแบบก้าวกระโดดต้องไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี
“จริงๆ แล้วนักกีฬาไทยในรุ่น 12-13 ปี ตอนนี้มีดาวรุ่งที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ของทีมได้ ดังนั้นอยู่ที่สมาคมจะจัดการอย่างไร ซึ่งจะทำแบบเดิมๆ ไม่ได้ ต้องหาผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำทีมเข้ามา เพื่อยกระดับให้สูงกว่าอาเซียนให้ได้” นายธนาวิชญ์กล่าว

