ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2017 เมื่อวันที่ 10 กันยายน อีกหนึ่งคู่ไฮไลต์อยู่ที่พาวเวอร์ สเตเดียม “เดอะพาวเวอร์”ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ อันดับสุดท้ายเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “กูปรีอันตราย”ศรีสะเกษ เอฟซี ที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นเช่นกัน
เริ่มเกมเจ้าบ้านเปิดหน้าบุกเข้าใส่ทันทีและแค่ 3 นาทีได้ลุ้นก่อนจากการยิงไกลนอกกรอบของ กิตติภพ อุปชาคำ แต่กองหลังศรีสะเกษยังตามมาล้มตัวบล็อกได้ทัน หลังจากนั้นทีมเยือนตั้งเกมได้มีโอกาสพาบอลเข้าลุ้นประตูบ่อยมากขึ้นตามลำดับ
นาที 23 ฟาหริด หมาดโสะ กองกลางเจ้าบ้านโดนใบเหลืองคนแรกของเกมจากการตัดฟาวล์ที่กลางสนาม และจากลูกฟรีคิก ใหญ่ นิลวงษ์ เปิดไปหน้าประตูให้ สุริยกานต์ ฉิมจีน โฉบขึ้นโหม่งตัดหน้า พิริยะ นัยเนตร ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นส่งบอลตุงตาข่ายให้ศรีสะเกษขึ้นนำ 1-0
นาที 39 เจ้าบ้านพลาดโอกาสได้ประตูอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อ รัมเซส บุสโตส ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปลุ้นยิงแต่จังหวะง้างเท้าช้าไปทำให้กองหลังศรีสะเกษที่วิ่งตามมาล้มตัวบล็อกได้ทันเวลา นาที 45 ศรีสะเกษ ได้ฟรีคิก กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ ปั่นไปหน้าประตู พิริยะ นัยเนตร ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านชกบอลไม่ดีตกหน้าปากประตูตัวเองให้ กิตติพงษ์ วงมา โหม่งโล่งๆ ให้ทีมเยือนนำในครึ่งแรก 2-0
ครึ่งหลังเจ้าถิ่นปรับทัพทันทีด้วยการถอด วศิน ทองสง ออกพร้อมกับส่ง วันใหม่ เศรษฐนันท์ ลงเล่นแทน เกมเจ้าบ้านดีขึ้นตามลำดับ นาที 61 เอกพันธ์ อินทเสน เก็บบอลในจังหวะชุลมุนในกรอบเขตโทษก่อนซัดเต็มข้อตุงตาข่ายให้เจ้าบ้านไล่มาเป็น 1-2
หลังจากนั้นทั้งสองทีมเริ่มเล่นเกมช้าและขาดความแน่นอนในการพาบอลขึ้นไปเข้าทำให้แทบไม่มีจังหวะลุ้นประตูแบบหวาดเสียวเท่าไหร่นัก นาที 90 เจ้าบ้านพลาดหน้ากรอบตัวเองปล่อยให้ ใหญ่ นิลวงษ์ ที่วิ่งมาจากข้างหลังจิ้มบอลสวนตัวผู้รักษาประตูตุงตาข่ายให้ ศรีสะเกษ บุกมาชนะซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ 3-1
จากความพ่ายแพ้ของซุปเปอร์พาวเวอร์ ทำให้ ซุปเปอร์พาวเวอร์ กลายเป็นทีมแรกที่ตกชั้นลงไปเล่นในดิวิชั่น 1 หรือ ที 2 ฤดูกาลหน้าแน่นอนแล้ว โดยเตะไป 26 นัด ยังไม่ชนะทีมใด เสมอ 1 แพ้ 25 นัด มีเพียง 1 แต้ม ตามหลังอันดับ 15 อยู่ 26 แต้ม ขณะที่เหลือเกมเตะอีก 8 นัด

