ส่ง‘เกวลิน’ถือธงชาติเปิด‘อาเซียนพาราเกมส์’พรุ่งนี้ ‘กอบกาญจน์-บิ๊กเสือ’มั่นใจทัพกีฬาคนพิการไทย

16.09.17 | 16:33 น.
เกวลิน วรรณฤมล

ความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติชุดสู่ศึกกีฬาคนพิการแห่งอาเซียน “อาเซียนพาราเกมส์” ครั้งที่ 9 ในช่วงระหว่างวันที่ 17-23 กันยายน กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา หรือก่อนพิธีเปิด 1 วัน

“บิ๊กนิดหน่อย” จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับนักกีฬาคนที่เป็นผู้ทำหน้าที่ถือธงชาติ นำทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยเข้าสู่สนามในพิธีเปิดการแข่งขันในครั้งนี้ จากที่ได้มาการประชุมหารือและพิจารณากับคณะกรรมการรวมถึงทีมสตาฟฟ์โค้ชของทุกชนิดกีฬา ได้บทสรุปว่าในครั้งนี้จะให้ เกวลิน วรรณฤมล นักกรีฑาผู้พิการทางสายตาดีกรีเจ้าของ 3 เหรียญทองวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และ 400 เมตร อาเซียนพาราเกมส์ครั้งที่แล้ว เป็นผู้ทำหน้าที่ในครั้งนี้

ส่วนเกณฑ์การตัดสินใจเลือกผู้ถือธง ใช้การพิจารณาจากคุณสมบัติเรื่องความแข็งแรง และมีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวมากที่สุดเป็นอันดับแรก เพราะทราบดีว่าในพิธีเปิดการแข่งขันฯ นั้นใช้ระยะเวลานานพอสมควร ทำให้ต้องเลือกนักกีฬาเคลื่อนไหวสะดวกที่สุดเป็นในครั้งนี้ทำหน้าที่ ส่วนเรื่องคุณสมบัตินั้นนักกีฬาทุกคนสามารถเป็นผู้ทำหน้านี้ได้ทุกเพราะทุกคนถือตัวแทนทีมชาติไทย ทำให้ตัดสินใจเลือกเกวลิน

ขณะเดียวกัน “มาดามน้อง” นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ทางรัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา รวมทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ให้ความสำคัญกับนักกีฬาในทุกประเภท และในทุกเกมการแข่งขัน ซึ่งก็ได้ให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมศึกอาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ ตามแนวทางสปอร์ตฟอร์ออล หรือการกีฬาเพื่อทุกคน

รมว.การท่องเที่ยว และกีฬากล่าวอีกว่า ส่วนตัวแล้วมีความมั่นใจว่าทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยจะทำผลงานได้ดี เพราะมีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ และมีการสนับสนุนต่อเนื่อง โดยตัวเองเตรียมจะเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกับทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยถึงที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ วันที่ 17 กันยายนนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬาไทยทุกคนได้สร้างผลงานได้ดีในการแข่งขัน เพื่อยกระดับวงการกีฬาไทยสู่ระดับโลกต่อไป

Advertisement

“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า อาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ยังเชื่อว่าทัพนักกีฬาไทยจะป้องกันเจ้าเหรียญทองเอาไว้อีกสมัย โดยคงต้องลุ้นเบียดกับเจ้าภาพมาเลเซียอย่างสนุก และอาจจะแย่งกันจนถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน ซึ่งส่วนตัวแล้วจะเดินทางไปเชียร์นักกีฬาไทยในกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน ก่อนรีบมาให้กำลังในนักกีฬาไทยต่อในศึกอาเซียนพาราเกมส์ทันที

สำหรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์นั้น ผู้ว่าการกกท.กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ส่งหนังสือไปถึงทีมงานฝ่ายจัดการแข่งขันของมาเลเซีย ผ่านทางคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าภาพก็ตอบตกลงมาแล้ว ทำให้จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง “ที-สปอร์ต” และจะพยายามถ่ายทอดสดให้หมดทุกชนิดกีฬา เพื่อเป็นกำลังใจแก่นักกีฬาอีกด้วย

ขณะเดียวกันทัพนักกีฬากรีฑาคนพิการทีมชาติไทย ซึ่งเป็นกีฬาความหวังแหรียญทองมากที่สุดทัพพาราไทยในครั้งนี้ได้ มีเหล่าสตาร์วีลแชร์เรซซิ่ง อาทิ พงศกร แปยอ, สายชล คนเจน, เรวัตร์ ต๋านะ ร่วมถึงนักกรีฑาผู้พิการทางสมอง เริ่มลงทำการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อม และสร้างความคุ้นเคยกับสภาพสนามแข่งขันจริง รวมทั้งสภาพอากาศของประเทศมาเลเซียแล้ว

สุพรต เพ็งพุ่ม ผู้ฝึกสอนทีมวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยบอกว่า ความพร้อมทีมวีลแชร์เรซซิ่งไทยมีความพร้อมเต็มที่ เพราะที่ผ่านมานักกีฬาของเราได้มีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี และนักกีฬาทุกคนค่อนข้างพร้อม ส่วนความหวังของไทยในครั้งนี้ ตั้งเป้ากวาดเหรียญทองให้มากที่สุดอีกครั้ง เพราะด้วยศักยภาพนักกีฬาของไทยส่วนใหญ่ถือว่าเป็นระดับโลกทั้งสิ้น และนักกีฬาของไทยทุกคนมุ่งมั่นที่ทำผลงานออกมาได้ดีที่สุดเช่นกัน

ด้าน พงศกร แปยอ นักวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย 2 เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ 2016 กล่าวว่า ในการฝึกซ้อมวันนี้ถือเป็นวันแรกถือว่าไม่มีปัญหาอะไร เนื่องด้วยสภาพอากาศ และสภาพสนามคล้ายไทย ส่วนตนเองนั้นมีความพร้อมเต็มที่เพื่อทำผลงานในครั้งนี้ให้ดีที่สุด และหวังว่าจะต้องคว้าเหรียญทองมาครองให้ได้ในทุกรายการที่ลงแข่งขัน ขอให้พี่น้องชาวไทย ช่วยเป็นกำลังใจให้ทีมวีลแชร์เรซซิ่งด้วย

ด.ต ภูมิรพี ไกรนรา หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมกรีฑาผู้พิการทางสมองทีมชาติไทยกล่าวว่า ทีมกรีฑาผู้พิการทางสมองของไทยมีความพร้อมอย่างมาก เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี เพื่อหวังที่ทำผลงานให้ดีกว่าครั้งที่แล้ว พร้อมตั้งเป้าหมายไว้ว่าที่ 4 เหรียญทอง แต่ตนเชื่อว่าด้วยศักยภาพของไทยจะสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายแน่นอน

ขณะที่ปัญหาไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ติดขัดเพียงรื่องการเดินทางเท่านั้น เพราะการจราจรที่มาเลเซียรถค่อนข้างติด ทำให้นักกีฬาไทยต้องปรับเวลาการเดินทางมาสนามฝึกซ้อมให้เร็วขึ้น ส่วนเรื่องอื่น ณ เวลานี้ยังไม่เจอปัญหาใดๆ