เมื่อวันที่ 28 กันยายน “บิ๊กญา” ดร.ปัญญา หาญลำยวง อธิบดีกรมพลศึกษา คนที่ 28 แถลงนโยบายการบริหารงานอย่างเป็นทางการในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ ที่ห้องประชุมศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ โดยมีข้าราชการกรมพลศึกษา เข้าร่วมรับฟังนโยบายอย่างคับคั่ง
ดร.ปัญญา กล่าวว่า ขอบคุณพี่น้องกรมพลศึกษาที่บูรณาการทำงานร่วมกันมาอย่างดีเยี่ยมโดยตลอด นโยบายของกรมพลศึกษาในช่วงเวลาที่ตนดำรงตำแหน่งสิ่งแรกคือ ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ผ่านมากระทรวงฯ ชื่นชมโครงการออกกำลังกาย (แอโรบิก) 4.0 อย่างมาก เราทำกันอย่างมีประสิทธิภาพ ชาวกรมพลศึกษาไปร่วมงานกว่า 80 เปอร์เซนต์ ประการต่อมากรมพลศึกษา จะดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ต่างๆ ทั้งแผนพัฒนากรมพลศึกษา แผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 อย่างเคร่งครัด ข้อที่สาม กรมพลศึกษา จะบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งภายในกรม ทำงานร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมกีฬาต่างๆ เพื่อวางรากฐานในการพัฒนาระดับรากหญ้าต่อยอดไปเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต
ดร.ปัญญากล่าวต่อว่า พันธกิจตามแผนยุทธศาสตร์กีฬาชาติ ข้อ 6 กับข้อ 1 ในเรื่องกีฬาพื้นฐาน กับกีฬามวลชน ทำอย่างไรให้เยาวชนและประชาชนเข้าถึงการออกกำลังกายอย่างทั่วถึง ดังนั้นกรมพลศึกษา จะต้องคิดทำอย่างไรกีฬานักเรียนนักศึกษาจะกลับมามีแข่งขันตั้งแต่ระดับอำเภอ, จังหวัด, ประเทศ เพื่อคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนไปแข่งขันระดับภูมิภาคทั้งอาเซียน และเอเชียต่อไป อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามกีฬา ลานออกกำลังกาย, อุปกรณ์ต่างๆ ส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย การส่งเสริม สนับสนุนเครือข่ายออกกำลังกายที่ปัจจุบันเรามีเครือข่ายผู้นำนันทนาการอยู่ 113 เครือข่าย
“กรมพลศึกษามีหน้าที่สร้างความสุขให้ประชาชน ขอให้การทำงานนับจากนี้อยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง ห้องทำงานผมเปิดได้ตลอด เข้าไปพูดคุย เสนอแนะปรึกษากันได้ตลอด ผมเป็นคนติดดิน ผมสั่งการอะไรไปแล้ว ผมจะตามเรื่องตลอด ผมจะเดินดูการทำงานตลอด ผมจะตามงานทุกเรื่อง ทุกวัน ตอนนี้ผมสั่งไปแล้วว่า สนามศุภชลาศัยจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปวิ่งทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.00-20.00 น. ทุกวัน”ดร.ปัญญากล่าว
อธิบดีกรมพลศึกษาป้ายแดงกล่าวในตอนท้ายว่า คาดหวังว่ากรมพลศึกษาจะต้องกลับมามีบทบาทสำคัญให้เยาวชนหันมาออกกำลังกาย ส่วนเรื่องการย้ายที่ตั้งกรมพลศึกษาไปอยู่ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติคลอง 6 จ.ปทุมธานี นั้น คงต้องใช้เวลา 8 ปีในการเตรียมความพร้อมก่อน และหากถึงเวลาจะย้ายก็ย้ายแบบทั้งหมด ไม่ใช่ทยอยย้าย แต่หากศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ลงทุนก่อสร้างไป 400 กว่าล้านบาทสร้างเสร็จก็อาจมีบุคลากรวิทย์กีฬาไปทำงานที่นั่นล่วงหน้าก่อน แต่คงอีกระยะหนึ่งไม่ใช่เร็วๆ นี้


