เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีการจัดงานครบรอบ 15 ปี วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวง, นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), ดร.ปัญญา หาญลำยวง อธิบดีกรมพลศึกษา, รวมทั้งผู้บริหารกระทรวง ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ, ข้าราชการ, เจ้าหน้าที่ และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงานกันคับคั่ง
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาได้สักการะศาลพระภูมิณสวนสี่ภาคภายในกระทรวงก่อนที่จะมีพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยตามด้วยพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และได้มีการถวายภัตตาหารเพลและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์จากนั้นนางกอบกาญจน์ได้รับมอบการบริจาคอุปกรณ์กีฬาจากหน่วยงานต่างๆและได้ร่วมกันปลูกต้นดาวเรืองบริเวณด้านหน้ากระทรวงเพื่อความเจริญรุ่งเรืองด้วย
นางกอบกาญจน์เปิดเผยว่ากระทรวงครบรอบ 15 ปีแล้วซึ่งถือว่าได้เดินทางมาไกลพอสมควรและกว่าจะก้าวมาประสบความสำเร็จพอสมควรณจุดนี้ได้ต้องได้ความร่วมมือจากหลายส่วนซึ่งต้องขอบคุณทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกันมาโดยตลอดจนปัจจุบันนี้มีคนเล่นกีฬามากขึ้นความสามารถของนักกีฬาในการคว้าเหรียญจากการแข่งขันระดับนานาชาติก็มีมากขึ้นด้วยแต่เราก็ยังต้องทำงานกันอย่างหนักต่อไปเพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9
“อายุเป็นเพียงตัวเลขเราจะอายุสิบห้าหรือห้าสิบแต่เราจะยังมีศรัทธาในสิ่งที่เราทำแน่นอนและทำตามแนวทางศาสตร์แห่งพระราชาซึ่งหลังจากนี้เราจะทำงานกันต่อไปอย่างหนักไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเพื่อทำให้การท่องเที่ยวและการกีฬามีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” นางกอบกาญจน์กล่าว
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬากล่าวอีกว่ากีฬานับเป็นสิ่งสำคัญเพราะการพัฒนาคนต้องใช้กีฬา ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดเสอมว่า กีฬาพัฒนาคน และคนพัฒนาชาติ รวมทั้งกีฬายังสร้างความเข้มแข็งทางร่างกาย และจิตใจ สร้างระเบียบวินัย ความพากเพียร ดังนั้นจะต้องมีการพัฒนากีฬามากขึ้น ทั้งการพัฒนานักกีฬา, โค้ช, กรรมการ, สมาคมกีฬา และวิทยาศาสตร์การกีฬาด้านต่างๆ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาไปสู่เป้าหมายต่างๆ โดยวงการกีฬาไทยมีภารกิจสำคัญทั้งการเดินหน้าไปสู่โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หรือโร้ดทูโตเกียว, โครงการสานฝันฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก และการผลักดันมวยไทยสู่โอลิมปิกเกมส์ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในช่วงเดินหน้าเข้าสู่การทำงานเฟสสองและเฟสสามต่อไป
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬากล่าวต่อว่านอกจากนี้ยังเน้นกีฬาเพื่อมวลชน โดยกรมพลศึกษา และสถาบันการพลศึกษา ซึ่งต่อไปจะยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ เพื่อต้องการให้คนเล่นกีฬา และออกกำลังกายกันมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่ากีฬาสร้างคนทำให้ชาติไปสู่จุดหมายที่วางไว้ และสร้างสังคมให้มีคุณภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะนำกีฬาควบคู่กับท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของชาติด้วย

