กอล์ฟประเภททีมรายการพิเศษเลียนแบบศึกใหญ่ศึกดังไรเดอร์ คัพอย่าง “เพรสซิเดนต์ คัพ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างทีมเจ้าถิ่นสหรัฐ แชมป์เก่า 8 สมัยหลังสุด และแชมป์สูงสุด 10 สมัย กับ ทีมนานาชาติ แชมป์ 2 สมัย และหนึ่งในนั้นเป็นแชมป์ร่วมปี 2003 ปรากฏว่า สหรัฐคว้าแชมป์สมัย 11 ตามความหมาย เมื่อจบการแข่งขันวันสุดท้ายที่ 1 ตุลาคม
ก่อนแข่ง ทีมสหรัฐนำห่าง 14.5-3.5 คะแนน หรือทิ้งขาดถึง 11 คะแนน ต้องการชัยชนะในการแข่งวันสุดท้ายประเภทเดี่ยวแค่คะแนนเดียว หรือคู่เดียวจากทั้งหมด 12 คู่ จะป้องกันแชมป์สำเร็จทันที ส่วนทีมนานาชาติต้องการปาฏิหาริย์ชนะทุกคู่ถึงจะแซงคว้าแชมป์ตัดสินใจส่ง 3 มือดีสุดลงเล่น 3 คนแรก ซึ่งมาร์ค ไลชแมน มือ 16 โลกจากออสเตรเลีย ทำได้แค่เสมอเควิน แชปเปล มือ 26 โลกจากสหรัฐ
ส่วนเจสัน เดย์ อดีตมือ 1 โลก และมือ 7 โลกปัจจุบันจากออสเตรเลีย และฮิเดกิ มัตสึยามะ มือ 3 โลกจากญี่ปุ่น คว้าชัยตามเป้าเหนือชาร์ลีย์ ฮอฟแมน มือ 23 โลก และจัสติน โธมัส มือ 4 โลก ทีมนานาชาติจึงไล่มา 6-15 คะแนน แต่สุดท้ายก็ไม่รอดแพ้ในคู่ที่ 4 เมื่อคิม ซิวู มือ 33 โลกจากเกาหลีใต้ เสียท่าแดเนียล เบอร์เกอร์ มือ 25 โลกจากสหรัฐ สกอร์ 2 และ 1
อย่างไรก็ตาม แม้ทีมสหรัฐจะได้แชมป์เรียบร้อย แต่ 8 คู่ที่เหลือยังแข่งต่อไป โดยเจ้าถิ่นเอาชนะได้อีกแค่ 2 คู่ เสมอ 2 คู่ และแพ้ 4 คู่ ผงาดแชมป์เพรสซิเดนต์ คัพ ด้วยสกอร์ 19-11 คะแนน นับเป็นแชมป์สมัย 11 แต่เป็นสมัย 10 หากไม่นับการครองแชมป์ร่วม 14 ปีก่อน พร้อมรับถ้วยแชมป์จากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังทะเลาะกับนักกีฬาประเทศตัวเองหลายราย
โดยเฉพาะนักบาสเกตบอลเอ็นบีเอ และอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล กับประเด็นเรื่องเหยียดผิว

