หลังจากนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลงอุ่นเครื่องช่วงฟีฟ่าเดย์คว้าชัยรวด 2 นัด บุกชนะพม่า 3-1 และเปิดบ้านเฉือนเคนยา 1-0 ซึ่งนับเป็นการลงสนามให้ทีมชาติไทยเป็นนัดที่ 100 ของ “โก้” ดัสกร ทองเหลา กองกลางวัย 33 ปี ซึ่งกลายเป็นนักเตะคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่รับใช้ทีมชาติไทยครบ 100 นัด ต่อจาก “ตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน (100 นัด) , “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (134 นัด) และ “แบน” ธชตวัน ศรีปาน (110 นัด)
ดัสกรเปิดเผยว่า ดีใจและตื่นเต้นมากตั้งแต่มีชื่อเป็น 11 คนแรก เพราะห่างหายจากบรรยากาศแบบนี้ไปนาน ทำให้ไม่ชิน แต่ก็พยายามทำเต็มที่ และน้องทุกคนก็ช่วยเหลือดีด้วย โดยก่อนเกมก็คิดเยอะเหมือนกันว่าจะทำผลงานเพื่อทีมได้ไหม ซึ่งต้องขอบคุณ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, โค้ชมิโลวาน ราเยวัช, ทีมสต๊าฟโค้ช และแฟนบอลทุกคน
“ผมไม่รู้ว่าจะได้รับเกียรติแบบนี้อีกหรือเปล่า แต่เชื่อว่านี่เป็นเกมที่สุดยอดที่สุดในชีวิตของผมแล้ว เกิดมาชาตินี้ผมมีความสุขสุดๆ ผมเป็นนักกีฬาของพระราชาครับ ส่วนเป้าหมายจากนี้ยังมีหน้าที่กับสโมสร และธุรกิจต่างๆ รวมถึงงานส่วนตัว ส่วนแผนแขวนสตั๊ดนั้น ผมมีนัดกินข้าวกับอดีตนักเตะรุ่นพี่ๆ ที่เป็นไอดอลของผม ซึ่งจะทำไรก็ปรึกษาก่อน แต่ยอมรับว่ามีการพูดคุยกันคร่าวๆ แล้ว แต่ผมขอคุยกันอีกที” ดัสกรกล่าว

ขณะที่ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าวัย 29 ปี ผู้ยิงประตูชัยเฉือนเคนยา 1-0 ทำให้ยิงในนามทีมชาติไทยรวมแล้ว 42 ประตู พร้อมทาบสถิติดาวซัลโวอันดับ 3 ร่วมกับ เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง ที่ทำไว้ระหว่างปี 1971-1981 (ฟีฟ่ารับรอง) เปิดเผยว่า ถือเป็นผลงานที่ดีส่งท้ายปี และเป็นเกมพิเศษครบ 100 นัดของดัสกรก็หวังว่าเกมนี้จะอยู่ในความทรงจำของเขา ส่วนเรื่องสถิติดาวซัลโวไม่เคยคิดมาก่อนว่ารู้สึกยังไง แต่ก็ดีใจที่ทำได้ และพูดไม่ถูกจริงๆ
ธีรศิลป์กล่าวอีกว่า ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นดาวซัลโวอันดับ 3 แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองยิงไปเท่าไร ใครยิงเท่าไร ตามหลังใครเท่าไร และไม่เคยคิดคาดหวังจะขึ้นเป็นอันดับ 1 เพราะผลงานของทีมสำคัญกว่า และไม่ได้สนใจสถิติส่วนตัวเลยจริงๆ ส่วนตอนนี้ลงเล่นให้ทีมชาติไทยไปแล้ว 91 นัด ซึ่งก็หวังว่าจะตามรอยรุ่นพี่อย่างดัสกรในการรับใช้ชาติครบ 100 นัด ซึ่งเป็นความฝันของนักฟุตบอลอยู่แล้ว ครั้งแรกที่เล่นทีมชาติก็สำคัญ แต่การเล่นถึง 100 นัด เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก และบ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง ถ้ามีโอกาสจะหวังก้าวถึงตรงนั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับเกมที่ทีมชาติไทย ชนะ เคนยา 1-0 นั้น “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าทีม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ “โย่ง” พรรษา เหมวิบูลย์ กองหลังทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งธีรศิลป์โดนหามเปลออกจากสนาม ส่วนพรรษาเจ็บช่วงท้ายเกม ทำให้ส่งผลกระทบต่อทั้ง 2 สโมสรต้องเช็กอาการบาดเจ็บกันอย่างละเอียดก่อนที่ทั้ง 2 สโมสรมีโปรแกรมพบกันในศึกโตโยต้า ลีก คัพ 2017 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ไอ-โมบาย สเตเดียม จ.บุรีรัมย์ วันพุธที่ 11 ตุลาคม เวลา 19.00 น.


