การแข่งขันฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศจีน ระหว่าง 9-27 มกราคมปีหน้า ได้มีการจับสลาก แบ่งกลุ่มแล้ว โดยสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ปรากฏว่า ไทย ซึ่งเป็นทีมวางโถ 3 ถูกจับอยู่กลุ่มบี ร่วมกับ “ซามูไร” ญี่ปุ่น ดีกรีแชมป์เก่า, “โสมแดง” เกาหลีเหนือ และปาเลสไตน์ ที่มาแข่งครั้งแรก แข่งที่เจียงหนิน ไทยจะเตะกับ เกาหลีเหนือ, ญี่ปุ่น และ ปาเลสไตน์ ตามลำดับ
ทั้งนี้ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ยู 23 ครั้งล่าสุด ที่กาตาร์ ปี 2016 ไทย อยู่ร่วมกลุ่ม ญี่ปุ่น และเกาหลีเหนือ โดย ช้างศึก แพ้ ญี่ปุ่น 0-4 และ เสมอเกาหลีเหนือ 2-2
กลุ่มอื่น กลุ่มเอ จีน (เจ้าภาพ), กาตาร์, อุซเบกิสถาน, โอมาน / กลุ่มซี อิรัก, จอร์แดน, ซาอุดีอาระเบีย, มาเลเซีย / กลุ่มดี เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, ซีเรีย, เวียดนาม แต่ละกลุ่ม คัด 2 ทีม เข้ารอบน็อกเอาท์
“โค้ชเฮง” นายวิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคทีมชาติไทย เปิดเผยว่า โอกาสที่ไทยจะประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์นี้มีน้อยมาก เนื่องจากทุกทีมร่วมสายมีศักยภาพ มีคุณภาพมากกว่าทีมชาติไทยอย่างชัดเจน ทันทีที่รู้ว่าเราร่วมสายกับปาเลสไตน์ ทีมซึ่งตามอันดับแรงกิ้งใกล้เคียงกับไทยมากที่สุด ตนรู้ทันทีว่าเราไม่ได้ลุ้นอะไรกับทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะแม้ชื่อชั้นจะใกล้เคียงกันแต่ปาเลสไตน์นั้น มีการพัฒนาการเล่นขึ้นมาอย่างมาก เรียกว่าไม่แตกต่างจากทีมในยุโรปแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าไทย ยิ่งเมื่อจับทีมวางอันดับ 2 และอันดับ 1 มาเจอเกาหลีเหนือ ตามด้วย ญี่ปุ่น ยิ่งทำให้ภาพการแข่งขันและภาพรวมบทสรุปของทีมชาติไทยรุ่นไม่เกิน 23 ปีชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตนกล้าพูดได้เลยว่าทุกทีมในสายแกร่งกว่าไทยมาก สิ่งที่เราต้องเอาไปสู้มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น นั่นคือเรื่องทีมเวิร์ค และเรื่องหัวใจนักสู้
“โค้ชเฮง” กล่าวต่อว่า เราเป็นรองทุกด้านทั้งทักษะ ความมีนิวัย ความแข็งแกร่ง ความเป็นมืออาชีพ หากมองดูดีๆ ตอนนี้ทีม 23 ปีไม่มีผู้เล่นคนไหนที่เราสามารถฝากความหวังได้เลย เราไม่มีประตูระดับโลก ไม่มีกองกลางที่เฉลียวฉลาด ไม่มีกองหน้าที่ฝากความหวังในการจบสกอร์ได้เลย
“สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือเน้นเรื่องการฝึกซ้อมและการทำงานร่วมกันระหว่างสต๊าฟโค้ชกับฝ่ายเทคนิค เราต้องวางแผนการอย่างละเอียดมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ช่วยโค้ชซึ่งเป็นคนไทยต้องทำให้แน่ใจว่าสามารถสื่อสารให้นักเตะเข้าใจความต้องการของหัวหน้าผู้ฝึกสอนต่างชาติอย่างถูกต้อง ผมเป็นโค้ชที่รู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไรก่อนเดินทางไปแข่งเสียอีก และถึงตอนนี้หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการเล่นของทีม 23 ปี ผมพูดได้แต่เพียงว่าฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ปีหน้านั้นเราเป็นเพียงทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน ไม่ใช่ทีมที่เข้าร่วมชิงชัย

