ความเคลื่อนไหวฟุตซอลทีมชาติ ไทย ที่เตรียมทำศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 14 “เอเอฟเอฟ ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2017” รอบชิงชนะเลิศ พบมาเลเซีย ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม วันนี้ (3 พฤศจิกายน) เวลา 19.00 น.
สำหรับไทย และมาเลเซีย พบกันมาแล้วในรอบแรก กลุ่มบี ซึ่งเป็นทีมชาติไทยที่เอาชนะ 6-3 หากทีมชาติไทยคว้าแชมป์ได้จะเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 13 จากการจัดแข่งขันทั้งหมด 14 ครั้ง (ไทยไม่ส่งทีมลงแข่งขัน 1 สมัย)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ทัพฟุตซอลไทย ได้อบอุ่นร่างกายที่เฟิร์สต์ โฮเทล ที่พัก โดยความพร้อมของทีมมีปัญหาเล็กน้อย เมื่อวรุฒ หวังสะมะแอล เกิดอาการปวดท้องอีกครั้งบริเวณแผลเก่าที่เป็นหนองตรงช่องท้อง ซึ่งเจ้าตัวฝืนเล่นมาตั้งแต่แมตช์ที่สอง ขณะที่วีรศักดิ์ ศรีไชย ก็เป็นฝีที่แขนเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ราย ทางเจ้าหน้าที่ต้องพาไปส่งตรวจที่โรงพยาบาล โดยในรายของวรุฒยังต้องลุ้นว่าจะลงช่วยทีมลงแข่งขันนัดชิงชนะเลิศได้หรือไม่ แต่ทางวีรศักดิ์น่าจะลงสนามได้ไม่มีปัญหา ขณะที่ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ดาวยิงของไทย วัย 20 ปี มีลุ้นดาวซัลโวฟุตซอลอาเซียนสองปีติด หลังครองตำแหน่ง 8 ประตู เมื่อปี 2016 และในปี 2017 นี้ซัดไปแล้ว 12 ประตู เท่ากับ พเย พโย เมือง ของพม่า ที่จะเล่นนัดชิงที่ 3 กับเวียดนาม
โฆเซ มาเรีย ปาซอส เมนเดส “ปูลปิส” กุนซือใหญ่ฟุตซอลทีมชาติไทย กล่าวว่า มาถึงรอบชิงแล้วเป้าหมายคือแชมป์เท่านั้น การเจอกับมาเลเซียจะไม่เหมือนเกมรอบแรกแน่นอน เพราะพวกเขาสามารถยกระดับและพัฒนาฟอร์มได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะในนัดที่พบเวียดนาม ไทยจะต้องเล่นด้วยความรัดกุมและไม่ประมาท ซึ่งถ้าเล่นได้ตามมาตรฐาน และเล่นได้ตามแทคติคที่เตรียมไว้เชื่อว่าจะทำได้ตามเป้าหมายแน่นอน
“บิ๊กป๋อม” นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลไทย เปิดเผยว่า นัดชิงชนะเลิศที่เจอกับมาเลเซียต้องบอกว่าเป็นงานยากของทีมไทยแน่นอน เพราะทรงบอลของมาเลเซียดีขึ้นมาก เกมกับเวียดนามบอกได้เลยว่าพวกเขาทำได้ดีกว่าจริงๆ ไม่ไช่ชนะแบบมีโชค แต่มาจากรูปแบบการเล่นที่เหนือกว่า เล่นด้วยความมั่นใจ โต้กลับดี โอกาสยิงมากกว่า ดังนั้นเกมในนัดชิงชนะเลิศต้องเล่นด้วยสมาธิและเต็มประสิทธิภาพ จึงจะหยิบถ้วยแชมป์กลับบ้านได้
สำหรับนักเตะไทยได้โบนัสอัดฉีดจากเกมรอบรองชนะเลิศเรียบร้อยแล้ว 4 แสนบาท และหากนัดชิงชนะเลิศหากชนะคว้าแชมป์จะได้รับอีก 6 แสนบาท รวมเป็น 1 ล้านบาท

