‘ราฮีม’แสบ! เริ่มออกลายอีก ลีลาต่อสัญญา‘เรือ’ เปิดทาง‘ชุดขาว’จีบ

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (ภาพ AFP)

“เดลี่ มิร์เรอร์” สื่อประเทศอังกฤษ รายงานว่า ราฮีส สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวเก่งที่กำลังระเบิดฟอร์มสุดยอดในช่วงหลังให้ทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฐานะแชมป์กลุ่มเอฟ ยังไม่เปิดการเจรจาเรื่องการต่อสัญญาที่เหลือถึงกลางปี 2020 กับต้นสังกัด จนกว่าจบฟุตบอลโลก 2018 กลางปีหน้า ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทีม “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด เข้ามาทาบทามตัวเองไปในตัว

โดยสเตอร์ลิ่งที่กำลังจะอายุครบ 23 ปีวันที่ 8 ธันวาคม และเคยแจ้งเกิดกับการเป็นนักเตะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แต่เคยปล่อยให้สัญญาตัวเองเหลือ 2 ปี และไม่ยอมเจรจาสัญญาเล่มใหม่ เนื่องจากไม่พอใจค่าเหนื่อยที่หงส์แดงเสนอให้ช่วงก่อนหน้านั้น จนบีบลิเวอร์พูลต้องขายให้แมนฯ ซิตี้ ในราคา 44 ล้านปอนด์ (1,936 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 44 บาท) และบวกอีก 5 ล้านปอนด์ (220 ล้านบาท) ตามผลงาน กลางปี 2015 มาแล้วนั้น

ล่าสุด ดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษรายนี้ กลับมาร่ายลีลาได้อย่างสุดยอดอีกครั้ง หลังฟอร์มไม่ดีช่วงต้นฤดูกาล กับการทำประตูชัยให้ทีมเรือใบสีฟ้าถึง 4 นัดจากทุกรายการ แบ่งเป็นเกมลีก 3 นัด และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 นัด ส่งผลให้แมนฯ ซิตี้ เตรียมเจรจาเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่ เนื่องจากสัญญาเดิมเหลือแค่ 2 ปีครึ่ง แต่มีรายงานว่า สเตอร์ลิ่งตอบปฏิเสธ

เพราะต้องการให้จบศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2018 ที่ประเทศรัสเซีย เสียก่อน

ทำให้มีการคาดการณ์ว่า สเตอร์ลิ่งที่ได้ค่าเหนื่อย 180,000 ปอนด์ (7.92 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ซึ่งจัดว่าน้อยสำหรับนักเตะระดับคนสำคัญของทีมยักษ์ใหญ่ ต้องการค่าเหนื่อยในสัญญาฉบับใหม่มากกว่านี้พอสมควร ขณะเดียวกัน ก็เป็นการเปิดทางให้รีล มาดริด อีกหนึ่งทีมมหาอำนาจลูกหนังโลกจากสเปน ติดต่อเข้ามาขอซื้อตัว หลังมีข่าวก่อนหน้านี้เหมือนกันว่า ทีมราชันชุดขาวให้ความสนใจอดีตแข้งเยาวชน “ทหารเสือราชินี” ควีนสปาร์ก เรนเจอร์ส รายนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อดีตบิ๊ก สพป.เชียงราย 1 แจงไม่ส่ง จนท.ร่วมประชุมลูกเสือ เหตุบุคลากรน้อย อยากให้เร่งเคลียร์งาน ปัดขัด สป.ศธ.
บทความถัดไปผบ.สูงสุด ชี้ ผลสอบน้องเมยใกล้ได้ข้อสรุป พร้อมสั่งตั้งกก.ปรับปรุงการธำรงวินัย