ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดฯ พร้อมด้วยนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย นำโดย “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เจ้าของ 5 แชมป์ใหญ่ปี 2560 และ “เทม” เทวินทร์ หาญปราบ เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2016 เข้ามอบกระเช้าอวยพรปีใหม่หนังสือพิมพ์ “มติชน” ที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม โดยมีนายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “มติชน” ให้การต้อนรับ
นายพิมล เปิดเผยว่า ปี 2560 ถือเป็นปีทองของสมาคมเทควันโดฯ และ “เทนนิส” พาณิภัค ที่คว้าได้ถึง 5 แชมป์ใหญ่ รวมถึงคว้ารางวัลนักกีฬาสมัครเล่นหญิงดีเด่นจากงานวันนักกีฬาแห่งชาติมาได้อีก โดยในปีหน้าแผนงานหลักของสมาคมอยู่ที่การส่งนักกีฬาไปแข่งขัน 4 รายการใหญ่คือ ชิงแชมป์เอเชีย 2018, เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ประเทศอินโดนีเซีย, ยูธ โอลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศอาร์เจนติน่า และชิงแชมป์โลก ประเภทเยาวชน ส่วนรายการอื่นๆ จะมีตลอดปีทั้ง มาเลเซีย โอเพ่น, ดัตช์ โอเพ่น, เบลเยียม โอเพ่น
เรื่องของการคัดเลือกตัวนักเทควันโดแต่ละชุดจะเป็นหน้าที่ของ “โค้ชเช” เช ยอง ซ็อก เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ ตนมีนโยบายว่าเนื่องจาก พาณิภัค ทำผลงานเปรี้ยงตลอดปีที่ผ่านมา ร่างกายค่อนข้างกรอบ ปีหน้าจึงจะให้แข่งเน้นๆ เฉพาะรายการหลัก เช่น ชิงแชมป์เอเชีย และเอเชี่ยนเกมส์ ส่วนเวิลด์กรังด์ปรีซ์ จาก 5 สนามอาจจะปรับลดลงมาเพื่อไม่ให้หนักเกินไป มั่นใจว่าพาณิภัค จะเป็นตัวเต็งในการคว้าเหรียญให้ทีมเทควันโดไทยในเอเชี่ยนเกมส์ รวมถึงชิงแชมป์เอเชีย ส่วนปีหน้าของ เทวินทร์ ยังคงต้องจัดเต็มเกือบทุกรายการเพราะอันดับโลกยังไม่ดี
“ผมตั้งเป้าไว้ว่าทีมเทควันโดไทยจะคว้ามาได้อย่างน้อย 1 ทองในศึกเอเชี่ยนเกมส์ และเชื่อว่าเราน่าจะทำได้ คู่แข่งเราหนีไม่พ้นพวกเกาหลีใต้, จีน, อิหร่าน และไต้หวัน” บิ๊กเอกล่าว
ด้านพาณิภัคกล่าวว่า มุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์เอเชียให้ได้ ส่วนการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ อยากพัฒนาฟอร์มตัวเองให้ดีขึ้นจากการแข่งขันครั้งก่อน และมั่นใจว่าจะทำได้ดีกว่าการได้เหรียญทองแดง ที่เกาหลีใต้ เพราะคู่แข่งอย่างหวู จิน หยู เจ้าของ 2 ทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัยจากจีนในรุ่น 49 กก.เลิกเล่นไปแล้ว แต่ยังมีขวากหนามอย่าง คิม โซฮุย จอมเตะจากแดนโสมขวางอยู่
“สำหรับศึกกรังด์ปรีซ์ไม่อยากตั้งเป้าว่าจะต้องคว้าแชมป์ทุกสนาม แต่จะพยายามประคองตัวให้อันดับแรงกิ้งของตัวเอง อยู่ใน 6 คนแรกให้ได้ เนื่องจากเป็นโควต้าไปเล่นโอลิมปิกเกมส์ 2020” พาณิภัคกล่าว

