‘ฟานไดก์’รู้งานหวานทันควัน! สุดเป็นเกียรติร่วมทัพ‘หงส์’ หลังย้ายสำเร็จ‘แนวรับ’แพงสุดโลก

เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ชูเสื้อลิเวอร์พูล (ภาพจาก https://twitter.com/VirgilvDijk)

ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทัพของเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ตกเป็นข่าวอยากได้ตัวเฟอร์จิล ฟาน ไดก์ แนวรับ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน มาตลอด และจนถึงขนาดเกือบโดนต้นสังกัดฝ่ายหลังฟ้องร้องสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกฤดูกาล 2017-18 นี้ เนื่องจากลิเวอร์พูลแอบเจรจากับตัวนักเตะโดยไม่ผ่านสโมสร จนทีมหงส์แดงต้องแถลงการณ์ขอโทษ และยกเลิกความคิดดังกล่าวในตอนนั้นทันที

ล่าสุด หลังมีกระแสข่าวเซาแธมป์ตันพร้อมขายเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติเนเธอร์แลนด์รายนี้ ในช่วงตลาดซื้อขายรอบ 2 เดือนมกราคม 2018 แต่ต้องได้ค่าตัว 70 ล้านปอนด์ (3,080 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 44 บาท) รวมทั้งมีรายงานว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จ่าฝูงที่นำโด่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ “สิงห์บลู” เชลซี แชมป์เก่า ซึ่งต่างก็มีปัญหาในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางบาดเจ็บ และทะเลาะกันเรื่องส่วนตัว ต้องการตัวเช่นกันนั้น

กลับเป็นทีมหงส์แดงที่ซื้อฟาน ไดก์ในวัย 26 ปีได้สำเร็จ แต่เป็นราคา 75 ล้านปอนด์ (3,300 ล้านบาท) และจะเป็นสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2018 เป็นต้นไป ส่งผลให้ “เดลี่ เมล์” สื่อประเทศอังกฤษเผยว่า อดีตนักเตะกลาสโกว์ เซลติค กับ โกรนิงเกน กลายเป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

เหนือไคล์ วอล์กเกอร์ ที่เพิ่งย้ายจาก “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ มาแมนฯ ซิตี้ ฤดูกาลนี้ 54 ล้านปอนด์ (2,376 ล้านบาท) และแพงสุดอันดับ 2 ในการซื้อเข้าเกาะอังกฤษ ตามปอล ป๊อกบา อดีตแข้งแพงสุดโลกที่ย้ายจากทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส กลับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 89 ล้านปอนด์ (3,916 ล้านบาท) ปี 2016

อีกทั้งเป็นนักเตะที่ย้ายมาจากเซาแธมป์ตันคนที่ 6 ต่อจากริคกี้ แลมเบิร์ต 4 ล้านปอนด์ (176 ล้านบาท) ปี 2014, อดัม ลัลลาน่า 25 ล้านปอนด์ (1,100 ล้านบาท) ปี 2014, เดยัน ลอฟเรน 20 ล้านปอนด์ (880 ล้านบาท), นาธานเนียล ไคลน์ 12.5 ล้านปอนด์ (550 ล้านบาท) ปี 2015 และซาดิโอ มาเน่ 30 ล้านปอนด์ (1,320 ล้านบาท) ปี 2016

ส่วนฟาน ไดก์ เปิดใจผ่านสื่อโซเชียลว่า ดีใจ และเป็นเกียรติ รวมทั้งภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมงานกับหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกลูกหนัง และขอบคุณทุกคนไม่เว้นแม้แต่แฟนบอลเซาแธมป์ตันที่ให้กำลังใจมาตลอด แต่ตอนนี้ขอมุ่งมั่นกับทีมใหม่ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon