‘ปืนใหญ่’ขายขี้หน้า! ตกรอบแรกที่ลงเล่น ทั้งที่เป็นแชมป์เก่า‘เอฟเอคัพ’

8.01.18 | 01:30 น.
อาร์แซน เวนเกอร์ (ขวา) กุนซืออาร์เซน่อล ยืนเซ็งบนอัฒจันทร์ หลังเห็นน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เจ้าถิ่นเอาชนะทีมตัวเอง 4-2 ในศึกเอฟเอคัพ อังกฤษ (ภาพเอเอฟพี)

“ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล แชมป์เก่า และแชมป์สูงสุดเอฟเอคัพ อังกฤษ 13 สมัย จากลีกสูงสุดพรีเมียร์ลีก พลาดท่าตกรอบแรกที่ลงเล่น หรือรอบ 3 ในการป้องกันแชมป์ฤดูกาลนี้ หลังใช้ตัวสำรองเกือบทั้งชุดบุกแพ้ “เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทีมครึ่งล่างตารางคะแนนอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ ลีกระดับดิวิชั่น 2 เมืองผู้ดี 2-4 ที่สนามซิตี้ กราวน์ด เมืองเวสต์ บริดจ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 7 มกราคม

อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ไม่เคยคุมอาร์เซน่อลตกรอบแรกที่ลงแข่งในรายการนี้ นับจากรับตำแหน่งนายใหญ่ทีมปืนโตต้นฤดูกาล 1996-97 และพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพ 7 สมัย แต่ถูกแบนห้ามคุมทีมบริเวณซุ้มม้านั่งสำรองข้างสนาม เปลี่ยนนักเตะ 11 คนแรกจากเกมลีกนัดก่อนหน้านี้ ซึ่งเปิดบ้านเสมอเชลซี 2-2 ถึง 9 คน มีเพียงร็อบ โฮลดิ้ง และแอนซีย์ เมตแลนด์-นาลส์ เป็นตัวจริงจากนัดก่อน

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เล่นระดับชุดใหญ่อย่างธีโอ วัลค็อตต์, แดนนี่ เวลเบ๊ค, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ และดาวิด ออสปิน่า ยืนเป็นแกนหลัก ปรากฏว่า เจอฟอเรสต์ที่ไม่ชนะในลีก 5 นัดติด และ 3 ในนั้นเป็นความพ่ายแพ้อีกต่างหาก กลับเป็นฝ่ายชนะ 4-2 โดยเอริค ลิคไฮ โหม่งประตูให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 นาที 20 ทว่า 3 นาทีถัดมา อาร์เซน่อลตีเสมอ 1-1 จากแมร์เตซัคเกอร์ ก่อนลิคไฮส่งให้ฟอเรสต์นำ 2-1 อีกครั้งช่วงท้ายครึ่งแรก

จากนั้นเบน เบรเรตตัน ยิงจุดโทษให้ทีมเจ้าป่าทิ้งห่าง 3-1 นาที 64 แม้ทีมปืนใหญ่ไล่จี้ 2-3 จากเวลเบ๊ค นาที 79 แต่ฟอเรสต์ได้อีกหนึ่งจุดโทษย้ำชัย 4-2 เมื่อคีแรน ดาวล์ ลื่นล้มขณะยิงเข้าไป ท่ามกลางการประท้วงนักเตะทีมเยือนว่า จังหวะที่ดาวล์วางเท้าขวา ก่อนจะใช้เท้าซ้ายเป็นเท้าที่ยิงบอลนั้น เท้าขวาไปโดนบอลก่อน และต้องเป็นการยิงจุดโทษผิดกติกา เพราะมีการสัมผัสบอล 2 จังหวะ

แม้ฟอเรสต์ซึ่งเคยได้แชมป์เอฟเอคัพเพียง 2 ครั้ง และครั้งสุดท้ายที่ได้ต้องย้อนไปเกือบ 59 ปีก่อน จะเหลือ 10 คนนาทีตอนรองสุดท้าย จากการโดนใบแดงของโจ วอร์รอล แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากทีมประคองตัวคว้าชัยด้วยสกอร์ดังกล่าว 4-2

Advertisement

ผลคู่อื่นรอบเดียวกัน

นิวปอร์ต เคาน์ตี้ (ลีก 4) ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด (ลีก 2)

ชรูว์สบิวรี่ ทาวน์ (ลีก 3) เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (ลีกสูงสุด) 0-0

สเปอร์ส (ลีกสูงสุด) ชนะ เอเอฟซี วิมเบิลดัน (ลีก 3) 3-0