นักตบขนไก่ไทยคว้า 3 แชมป์ ในการแข่งขันแบดมินตันระดับบีดับเบิลยูเอฟ ซูเปอร์ เวิลด์ทัวร์ 300 “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2018” ที่อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 มกราคม
การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ นักแบดมินตันไทยเข้าชิงชนะเลิศได้ถึง 4 ประเภท เริ่มจากหญิงเดี่ยว”แน็ต” ณิชชาอร จินดาพล มือ 13 ของโลก และมือวาง 1 ของรายการ พบกับ “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ มือ 23 ของโลก ซึ่งการเจอกันครั้งล่าสุด ในรายการเอสซีจี ออลไทยแลนด์ 2017 รอบชิงชนะเลิศ พรปวีณ์เอาชนะไปได้ 2-1 เกม
สำหรับแมตช์นี้ ณิชชาอรที่เล่นได้เหนือกว่าในเกมแรก ชนะไปก่อน 21-11 ส่วนเกมสองพรปวีณ์ไล่บี้จากที่ตาม 6-10 มาเสมอ 15-15, 17-17 สุดท้ายเป็นมือวาง 1 ของรายการที่ชนะไป 21-18 และชนะ 2-0 เกม 21-11, 21-18 ณิชชาอรคว้าแชมป์ไปครอง
ณิชชาอรกล่าวว่า วันนี้ทำได้ตามเป้าที่วางไว้ คือตั้งใจไว้ว่าจะคว้าแชมป์แรกของปีที่ประเทศไทยให้ได้ และการเจอกับพรปวีณ์เป็นน้องที่ซ้อม กินนอนมาด้วยกันตลอด ทำให้รู้จักกันดีว่าเล่นกันแบบไหน หลังจากนี้ตั้งเป้าว่าจะขยับขึ้นติดท็อป 10 ของโลก และคว้าสิทธิไปเล่นเวิลด์ทัวร์ ไฟนัลส์ 2018 หรือรายการซูเปอร์ซีรีส์ ไฟนัลส์เดิมให้ได้
หญิงคู่ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธรากุล – “วิว” รวินดา ประจงใจ คู่มือ 10 ของโลก และมือวาง 1 ของรายการ เล่นได้สมราคา ชนะ อังเกีย อวันดา – นิ เคตุท อิสตารานี คู่มือ 20 ของโลก และมือวางอันดับ 2 ของรายการ จากอินโดนีเซีย 21-19, 21-17 เก็บแชมป์ที่ 2 ให้นักตบขนไก่ไทยได้สำเร็จ
ชายคู่ ติณณ์ อิสริยะเนตร – กิตติศักดิ์ นามเดช คู่มือ 55 ของโลก ชนะ วาห์ยู ปังการ์ยานิรา – อาเด ซานโตโซ่ คู่มือ 38 ของโลก และคู่มือวาง 7 ของรายการ 21-18, 11-21, 22-20 คว้าแชมป์ส่งท้ายให้ขนไก่ไทย
คู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ – “เอิร์ธ” พุธิตา สุภจิรกุล คู่มือ 88 ของโลก และมือวาง 7 ของรายการ พบ โก๊ะ หลิว หยิง – ชาน เป็ง ซุน คู่มือ 58 ของโลก และคู่มือวาง 5 ของรายการจากมาเลเซีย ซึ่งเป็าเจ้าของเหรียญเงิน โอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล
เกมแรก คู่มาเลเซียนำห่าง 3-1 แต่คู่ไทยได้เสียงเชียร์แซง 8-5 ก่อนจะโดนรุกใส่อย่างหนักหน่วง คู่มาเลย์นำ 11-10 และ 15-10 แต่บาสกับเอิร์ธก็ช่วยกันเล่นไล่มา 15-16 ท้ายเกมคู่มาเลย์เล่นได้ดีกว่ามาก เกมแรก โก๊ะ หลิว หยิง – ชาน เป็ง ซุนชนะไปก่อน 21-15
เกมสอง คู่ของไทยนำก่อน 4-0 และยังเล่นดีต่อเนื่องนำ 8-3 คู่รองแชมป์โอลิมปิกเล่นเสียเองหลายแต้ม โดนทิ้งห่าง 13-7 และชนะไป 21-14 เสมอกัน 1-1 เกม ต้องลุ้นกันต่อในเซตตัดสิน ปรากฏว่า ทั้งสองคู่เล่นกันอย่างสูสี ทำแต้มไล่จี้กันตลอดเกม แต่ท้ายเกมคู่มาเลย์ฮึดต้านเสียงเชียร์ เอาชนะไป 21- และชนะ 2-1 เกม 21-15, 14-21, 21-16 คู่ของไทยได้รองแชมป์ เดชาพลคว้ารองแชมป์ 2 ปีซ้อน หลังจากปีที่แล้วคู่กับทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ได้รองแชมป์
เดชาพลกล่าวว่า วันนี้ถือว่าสู้เต็มที่แล้ว และการได้เกมจากคู่เหรียญเงินโอลิมปิกก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว พอใจกับผลงานของคู่ตัวเองในวันนี้ เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการแข่งขันรายการของปี
พุธิตากล่าวว่า วันนี้เล่นอย่างสุดความสามารถแล้ว การกลับมาได้ในเกมที่สองเพราะการแก้เกมของโค้ช และทำได้ตามที่โค้ชบอกมา พอใจกับผลงานรองแชมป์ เพราะมีข้อผิดพลาดในเกมนี้อยู่พอสมควร และคู่นี้เป็นคู่เฉพาะกิจ ส่วนรายการต่อไปเป็นรายการระดับบีดับเบิลยูเอฟ ซูเปอร์ เวิลด์ทัวร์ 500 “เปรูดัว มาเลเซีย มาสเตอร์ส 2018” ที่ประเทศมาเลเซีย จะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด
“ในปีนี้จะมีเอเชี่ยนเกมส์ อีกไม่นานพี่ปอป้อ(ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย) จะกลับมาแข่งขันได้ เอิร์ธก็จะกลับไปเล่นหญิงคู่กับพี่ปอป้อ ส่วนบาสจะกลับไปเล่นคู่ผสมกับพี่ปอป้อเหมือนเดิม หวังว่าจะทำผลงานในเอเชี่ยนเกมส์ได้ดีเมื่อกลับมาเล่นคู่ปกติ” พุธิตากล่าว
ด้านชายเดี่ยว ทอมมี่ ซูเกียร์โต้ มือ 25 ของโลกจากอินโดนีเซีย ชนะ เหลียง จุน เหา มือ 215 ของโลกจากมาเลเซีย 21-16, 21-15 ทอมมี่ ซูเกียร์โต้คว้าแชมป์ 2 สมัยติดต่อกัน

