“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สำหรับผลงานของทัพนักเตะ “ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทีมชาติไทย รุ่นไม่เกิน 23 ปี ในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศจีน นั้น ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตการคุมทีมของ โซรัน ยานโควิช เฮดโค้ชชาวบัลแกเรีย แต่สิ่งที่ปรารถนามากที่สุดคือ กำลังใจจากแฟนบอลชาวไทยที่ควรจะมีให้ โดยผลการแข่งขันแม้จะวัดกันที่แพ้ชนะก็จริง แต่จากผลงานปราชัย 3 นัดรวด แพ้ เกาหลีเหนือ 0-1 แพ้ญี่ปุ่น 0-1 แพ้ ปาเลสไตน์ 1-5 ในนัดล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม ตกรอบเป็นทีมแรกว่า ทีมไทยมีการพัฒนาขึ้นจากในอดีตที่เคยแพ้ทีมเหล่านี้ขาดลอย
“ในอดีตเราแพ้ทีมเหล่านี้ 3-4 ลูก แต่ตอนนี้เราสู้เขาได้สนุกสูสี ทำให้เห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ถ้าเรามองให้เป็นธรรม มองให้ลึกลงไปจะเห็นว่า ทีมมีการพัฒนาขึ้น และต้องยอมรับว่า ทีมยู23 ชุดนี้ ขาดนักเตะตัวหลัก ตัวสำคัญ ทำให้ทีมยังไม่ค่อยสมบูรณ์ เพราะฉะนั้น ผลงานที่ออกมาเช่นนี้ก็ต้องขอความเป็นธรรมให้กับทีมด้วยครับ” บิ๊กอ๊อด กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ยังเร็วไปที่จะพูดถึงสัญญาการคุมทีมต่อของโซรัน เพราะเป็นการให้เกียรติ และให้กำลังใจเขา โดยการปลดโค้ช เปลี่ยนโค้ช เป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับตัวเองหากจะปลดโค้ช เปลี่ยนโค้ช จะเรียกโค้ชเข้ามาคุยก่อน ซึ่งได้มอบหมายให้ “โค้ชเฮง” นายวิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคทีมชาติไทย ไปแล้วว่า หากจบการแข่งขันให้โค้ชโซรันเข้ามารายงานผลการทำหน้าที่ หลังจากนั้นโค้ชเฮงก็จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมว่า ควรจะทำอะไรต่อไปอย่างไร
สำหรับในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ช่วงเดือนสิงหาคม บิ๊กอ๊อดกล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ว่า จะใช้ผู้เล่นรุ่นอายุเท่าไรไปแข่งขัน ต้องดูว่าในวันนั้นผู้เล่นที่โค้ชได้ทำการคัดเลือกจะมีความพร้อมไปแข่งขันหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่ได้รับความร่วมมือจากสโมสรต้นสังกัดนักเตะเราก็ต้องเลือกใช้ทางออกวิธีอื่น ซึ่งในเอเชี่ยนเกมส์ก็คงจะต้องใช้ผู้เล่นผสมผสานกันไป
ส่วนกรณีการต่อสัญญาคุมทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ กับ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชชาวเซอร์เบีย พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เหลือเพียงการหารือทบทวนระหว่างฝ่ายกฏหมายของสมาคม และของราเยวัชในรายละเอียดของแต่ละฝ่ายต้องการคือ ราเยวัชต้องการสิทธิประโยชน์ที่แต่เดิมไม่ได้ระบุไว้ในสัญญา เช่น ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต หรือค่าแรงที่เขาคิดว่า เวลาผ่านไป 1 ปีเขาควรจะได้รับค่าแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่กับผลงานที่ผ่านมา
“สมาคมก็มีข้อต่อรองว่า ถ้าคุณจะขึ้นค่าแรง และทำสัญญายาวขึ้น แต่ขณะเดียวกันคุณต้องบอกเราว่า สิ่งที่จะทำให้ทีมชาติไทย หรือเป้าหมายจะเป็นอย่างไร ผมไม่ได้ไปบอกเขาว่า เป้าหมายจะต้องเป็นแชมป์เอเชี่ยนเกมส์ หรือต้องไปฟุตบอลโลกให้ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นความหวัง และความฝันของสมาคม และแฟนบอลชาวไทย แต่สิ่งที่ราเยวัชต้องรับผิดชอบคือ ต้องพาทีมชาติไทยไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าเดิม หรือไปในจุดที่ยังไม่เคยไปสัมผัสให้ได้ ซึ่งจะทำให้ถือว่า ฟุตบอลไทยพัฒนาแล้ว” บิ๊กอ๊อด กล่าวทิ้งท้าย

