เป้าหมายของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ คือ ติด ท็อปโฟร์ ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้สูง
แต่ถ้าจะให้สวย สมควรคว้าแชมป์บอลถ้วยสัก 1 รายการ
ลิเวอร์พูลน่าจะตั้งเป้าลุ้นแชมป์ เอฟเอคัพ อย่างจริงๆ จังๆ และควรทำให้ได้ด้วยนะครับ
หงส์แดง เป็นทีมใหญ่ ห่างแชมป์นานๆ มันดูไม่งาม กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกือบจะทำสำเร็จ พาทีมเข้าชิงทั้ง ลีกคัพ และ ยูโรป้าลีก เมื่อปี 2016 น่าเสียดายที่พลาดหมด แพ้รวดทั้ง 2 ถ้วย
“เดียวดาย” มานานพอดู
ปีนี้ เส้นทางในเอฟเอคัพ ยังไปได้เรื่อยๆ รอบ 4 วันเสาร์นี้ จะเล่นในบ้านเจอ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
เกมไม่น่าจะยากเกินไป แต่แฟนๆ อาจจะไม่วางใจเพราะนัดล่าสุด ดันแพ้ สวอนซี ทีมบ๊วยในลีกมาสดๆ 1-0 วันนั้นหงส์แดงบุกแทบตาย สารพัดจะยิง ได้โอกาสซัดประตู 21 ครั้ง ไม่เข้าสักลูก แถมตรงกรอบแค่ 4 ครั้ง
ตัวเลขไม่เคยโกหก บอกให้รู้ว่าทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ยัง ไม่นิ่งพอ
บอลสไตล์ลิเวอร์พูล เน้นทำเร็ว ยิงเร็ว แต่บางนัด บางจังหวะ เร่งกันจน ล้น รีบเกินไป จนขาดความประณีต
แนวรุก 3 ปีศาจ มาเน่-ฟีร์มิโน่-ซาลาห์ ดีเยี่ยมอยู่แล้ว ขอแค่ปรับเรื่องความแน่นอน ความพอดี อีกหน่อยเท่านั้นเอง
เกมเจอเวสต์บรอม หงส์แดงยิ่งต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ
ธรรมชาติของทีมเยือนเป็นบอลเขี้ยวลาก หลังเหนียว เน้นเกมรับ เล่นกันอย่างมีวินัย ไม่ค่อยเปิดช่อง หรือทำผิดพลาด
แล้วกุนซือ อลัน พาร์ดิว ก็มักจะทำแสบกับลิเวอร์พูลเป็นประจำ
หงส์ต้องเล่นให้ได้ตามมาตรฐาน เป็นนัดที่จะถูกทดสอบความเป็น เพชฌฆาต และความเป็น มืออาชีพ ตลอด 90 นาที
ถ้าลิเวอร์พูลมา ไม่เต็ม ก็อาจจะได้แค่เสมอ ต้องไปรีเพลย์บ้านอัลเบี้ยน โจทย์นี้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะเวสต์บรอมแพ้ยาก 6 นัดหลังรวมทุกถ้วย มีแพ้แค่นัดเดียวเท่านั้น
ถ้าหงส์หวังชนะ การไปลุ้นแชมป์ต่อ ต้องเน้น และหนักแน่น อย่าลนแบบวันเจอสวอนซี

