พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดว่า การแข่งขันจักรยานถนนทางไกนนานาชาติ ทัวร์ ดิ อินโดนีเซีย 2018 ซึ่งเป็นการแข่งขันเอเชียนทัวร์ อาชีพระดับ 2.1 ไทยส่งนักปั่นอาชีพ นำโดย ธุรกิจ บุญรัตนธนากร,ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์, สราวุฒิ สิรินชัย พีระพล ชาวเชียงขวาง และนักปั่นลูกครึ่งลาว-ฝรั่งเศส “อเล็ก” อาริยะ พูลสวัสดิ์ ลงแข่งขันหลังจากทีจบการแข่งขันในสเตจที่ 3 นักปั่นไทยทีทำอันดับเวลารวมที่สุดคือ อาริยะ ที่มีเวลารวม 3 สเตจ รั้งที่ 4 ตามหลังผู้นำเวลาอยู่ 1 นาที 15 วินาที และเวลาทีมของไทยรั้งอยู่อันดับ 2 ส่งผลให้ทีมน่องเหล็กไทยยังมีลุ้นที่จะคว้าแชมป์ประเภททีมและ บุคคลมาครอง เนื่องจากเส้นทางสเตจสุดท้าย ที่ทำการแข่งขัน กันระยะทาง 170 กม. เป็นทางขึ้นเขายาวถึง 20 กม. และนักปั่นไทยนั้นมีตัวภูเขา ที่สามารถขึ้นเขาได้อย่างยอดเยี่ยมถึง 2 คน อาริยะ กับ พีระพล เกมในสเตจสุดท้าย จึงเริ่มด้วยความท้าทาย ไทยวางแผนส่ง พีระพล และอาริยะ ขึ้นมาอยู่กลุ่มหน้าเพื่อเตรียมขึ้นเขาแต่หลังจากที่ขึ้นเขามาได้ไม่นาน ก็ต้องเจอกับ สภาพอากาศที่แปรปรวนหมอกลงหนาจัดจนมองทางด้านหน้าไม่เห็น มองหลังก็ไม่เห็น จนส่งผลให้นักปั่นจากสเปน เอริเตรียน ไต่เขาขึ้นมานำสองหนุ่มไทย ซึ่งทั้ง พีระพล และอเล็กซ์ ไม่ปล่อยให้นำห่าง พยายามไล่หลัง ลงจากเขาด้วยความเร็ว 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนมาทัน เอริเตรียม ในช่วง 30 กม.สุดท้าย ซึ่งมีนักกีฬาอยู่ในกลุ่มผู้นำเพียงแค่ 4 คน คือ พีระพล , อาริยะ, เอริเตรียม และ ฮาบิล เทยาฟ ส่งให้ทั้ง 4 ทำความเร็วจนทำเวลาห่างจากกลุ่มใหญ่กว่า 2 นาที
“โค้ชตั้ม” วิสุทธิ์ กสิยะพัท ต้องวางแผนให้ “มะตูม” ขึ้นมาลากทำความเร็วเพราะหากสามารถรักษาระยะห่างไว้ได้กว่า 2 นาที โอกาส ที่ “อาริยะ” จะคว้าแชมป์มีสูง เนื่องจากผู้นำเวลารวมนั้นยังอยู่ในกลุ่มใหญ่ เกมใน 4 ผู้นำจึงขับเคี่ยวกันอย่างสนุกและสุดมันส์ จนต้องมาสปริ้นวัดแชมป์สเตจ กันหน้าเส้น ปรากฏว่า “เจ้าตูม” พีระพล ที่ฉีกออกมา 100 เมตร สุดท้ายควบเสือหมอบคู่ใจเข้าเส้นชัยได้เป็นคนแรก ด้วยเวลา 4.20.58 ชม. คว้าแชมป์สเตจสุดท้ายมาครอง และเป็นการคว้าแชมป์สเตจ 2.1 เป็นครั้งแรกของ พีระพล ส่วน อาริยะ นั้นสปริ้นเข้ามาเป็นอันดับ 4 ทำเวลาเท่ากับ พีระพล ส่งผลให้ อาริยะ พลิกกลับมาคว้าแชมป์เวลารวม ไปครองด้วยเวลา 14.11.121 ชม. และ อันดับ 2 ตกเป็นของ พีระพล ที่ขยับขึ้นมาจากอันดับที่ 13 มารั้งที่ 2 ด้วยเวลา 14.11.39 ชม.
เช่นเดียวกับเวลารวมประเภททีม ที่ไทยได้ “เจ้าวุฒิ” ที่ไล่มาเข้าอันดับ 7 สเตจ 4 ด้วยเวลา 4.24.19 ชม. ซึ่งเป็นเวลาขอนักปั่นไทย 3 คน ที่ดีที่สุด ในการเข้าเส้นชัย เมื่อเอาเวลาประเภททีมทั้ง 4 สเตจ มารวมปรากฏว่า ไทยขยับจากที่ 2 ขึ้นมารั้งแชมป์ด้วยเวลา 42.38.36 ชม.

