
“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า กกท.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการกีฬากับ ม.ขอนแก่น โดย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี ม.ขอนแก่น ซึ่งเป็นความร่วมมือกันพัฒนาเพิ่มองค์ความรู้กับบุคลากรให้มีศักยภาพการทำงานด้านการกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยจะมีการส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรในสังกัดเข้าร่วมเป็นทีมวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการออกกำลังกายและการกีฬาของประเทศที่จะช่วยพัฒนานักกีฬาไทยให้มีศักยภาพก้าวสู่ระดับสากล รวมถึงใช้สถานที่ของแต่ละหน่วยงานเพื่อพัฒนาทักษะทางการกีฬา และการรักษาฟื้นฟูนักกีฬาที่บาดเจ็บด้วย
นายสกลกล่าวว่า การเซ็นเอ็มโอยูกับ ม.ขอนแก่นครั้งนี้จะนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬาลงมาพัฒนากีฬาในภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดในภาคอีสานด้วยการให้ ม.ขอนแก่นเป็นหลักที่จะนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนาตั้งแต่ระดับจังหวัดขึ้นไป ทั้งการให้ความรู้ และทดสอบสมรรถภาพ ซึ่งจะเป็นการปูพรมในการพัฒนากีฬาของชาติที่ไม่ใช่อยู่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น โดย กกท.จะดึงนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถให้มาร่วมพัฒนากีฬาของชาติ ทั้งในเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา อุปกรณ์ การวิจัย และกิจกรรมอื่นๆ
“กกท.ได้เริ่มต้นร่วมมือกับ ม.ขอนแก่นเป็นแห่งแรกในภาคอีสาน และจะขยายไปทั่วภาคอีสานอีก 20 จังหวัด ซึ่งทั้งอาจารย์และนักศึกษาของ ม.ขอนแก่นจะร่วมกับ กกท.ในการพัฒนากีฬาจังหวัด โดยจะเป็นการสร้างนักกีฬาหน้าใหม่ขึ้นไปแทนหน้าเก่า เพราะถ้าเราไม่ทำเช่นนี้แล้วการพัฒนากีฬาในต่างจังหวัดก็ไม่เกิดขึ้น และจะอยู่เพียงแค่ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังจากนี้ กกท.ก็จะทำเอ็มโอยูกับทุกมหาวิทยาลัยเพื่อจะดึงนักวิชาการ และนักศึกเอกพลศึกษาหรือเอกวิทยาศาสตร์การกีฬาออกมารับความรู้เพื่อนำไปใช้พัฒนาจริงๆ” ผู้ว่าการ กกท.กล่าว
นายสกลกล่าวในตอนท้ายว่า ที่ผ่านมา กกท.ได้เซ็นเอ็มโอยูไปแล้วกับ 6 มหาวิทยาลัยในเครือข่าย หลังจากนี้ก็เตรียมจะไปที่ ม.วลัยลักษณ์ และ ม.สงขลานครินทร์ โดยจะถือเป็นการเข้าไปร่วมพัฒนานักกีฬาของจังหวัดด้วย ซึ่งมาตรการของ กกท.หลังจากนี้คือ นักกีฬาของทุกจังหวัดจะต้องมีการทดสอบสมรรถภาพ และนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าไปใช้ตั้งแต่ยังเยาว์วัยด้วยไปจนถึงระดับตัวแทนจังหวัดที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ และกีฬาคนพิการแห่งชาติด้วย หรือแม้แต่กีฬาอาชีพของสโมสรต่างๆ ก็ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพ และให้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาด้วยเช่นกัน
