‘กกท.’ลงนามร่วมมือ’ม.ขอนแก่น’ปูพรม’วิทย์กีฬา’ลุยพัฒนาท้องถิ่น

21.01.16 | 12:54 น.
ร่วมมือ...นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. พร้อมด้วย รศ.ดร.สุรศักดิ์ วงศ์รัตนชีวิน คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมลงนามข้อตกลงร่วมมือทางการกีฬา ระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย กับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่โรงแรมเซ็นทารา แอนด์คอนเวนชั่นเซนเตอร์ จ.ขอนแก่น เมื่อวันพุธที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา

“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า กกท.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการกีฬากับ ม.ขอนแก่น โดย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี ม.ขอนแก่น ซึ่งเป็นความร่วมมือกันพัฒนาเพิ่มองค์ความรู้กับบุคลากรให้มีศักยภาพการทำงานด้านการกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยจะมีการส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรในสังกัดเข้าร่วมเป็นทีมวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการออกกำลังกายและการกีฬาของประเทศที่จะช่วยพัฒนานักกีฬาไทยให้มีศักยภาพก้าวสู่ระดับสากล รวมถึงใช้สถานที่ของแต่ละหน่วยงานเพื่อพัฒนาทักษะทางการกีฬา และการรักษาฟื้นฟูนักกีฬาที่บาดเจ็บด้วย

นายสกลกล่าวว่า การเซ็นเอ็มโอยูกับ ม.ขอนแก่นครั้งนี้จะนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬาลงมาพัฒนากีฬาในภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดในภาคอีสานด้วยการให้ ม.ขอนแก่นเป็นหลักที่จะนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนาตั้งแต่ระดับจังหวัดขึ้นไป ทั้งการให้ความรู้ และทดสอบสมรรถภาพ ซึ่งจะเป็นการปูพรมในการพัฒนากีฬาของชาติที่ไม่ใช่อยู่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น โดย กกท.จะดึงนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถให้มาร่วมพัฒนากีฬาของชาติ ทั้งในเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา อุปกรณ์ การวิจัย และกิจกรรมอื่นๆ

“กกท.ได้เริ่มต้นร่วมมือกับ ม.ขอนแก่นเป็นแห่งแรกในภาคอีสาน และจะขยายไปทั่วภาคอีสานอีก 20 จังหวัด ซึ่งทั้งอาจารย์และนักศึกษาของ ม.ขอนแก่นจะร่วมกับ กกท.ในการพัฒนากีฬาจังหวัด โดยจะเป็นการสร้างนักกีฬาหน้าใหม่ขึ้นไปแทนหน้าเก่า เพราะถ้าเราไม่ทำเช่นนี้แล้วการพัฒนากีฬาในต่างจังหวัดก็ไม่เกิดขึ้น และจะอยู่เพียงแค่ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังจากนี้ กกท.ก็จะทำเอ็มโอยูกับทุกมหาวิทยาลัยเพื่อจะดึงนักวิชาการ และนักศึกเอกพลศึกษาหรือเอกวิทยาศาสตร์การกีฬาออกมารับความรู้เพื่อนำไปใช้พัฒนาจริงๆ” ผู้ว่าการ กกท.กล่าว

นายสกลกล่าวในตอนท้ายว่า ที่ผ่านมา กกท.ได้เซ็นเอ็มโอยูไปแล้วกับ 6 มหาวิทยาลัยในเครือข่าย หลังจากนี้ก็เตรียมจะไปที่ ม.วลัยลักษณ์ และ ม.สงขลานครินทร์ โดยจะถือเป็นการเข้าไปร่วมพัฒนานักกีฬาของจังหวัดด้วย ซึ่งมาตรการของ กกท.หลังจากนี้คือ นักกีฬาของทุกจังหวัดจะต้องมีการทดสอบสมรรถภาพ และนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าไปใช้ตั้งแต่ยังเยาว์วัยด้วยไปจนถึงระดับตัวแทนจังหวัดที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ และกีฬาคนพิการแห่งชาติด้วย หรือแม้แต่กีฬาอาชีพของสโมสรต่างๆ ก็ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพ และให้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาด้วยเช่นกัน