
ทำไม “เอกราช เก่งทุกทาง” เสนอ ย้ายสถานที่จัดฟุตบอลยูโรฯ เถอะ?
—–
ย้ายยูโรเถอะ โดย เอกราช เก่งทุกทาง
ฝรั่งเศส กับ ยูฟ่า ยืนยันว่าไม่เลิก-ไม่เลื่อน ยูโร 2016 ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บอลก็จะแข่งกันตามโปรแกรมเดิม เดือนมิถุนายนนี้
คนยุโรปสู้ผู้ก่อการร้ายด้วยความกล้า พยายามใช้ชีวิตไปตามปกติ ไม่ต้องการอยู่ด้วยความหวาดกลัว
แต่ในความเป็นจริง ยูโร 2016 จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีความสุขน้อยที่สุดแน่นอน
ผลจากการโจมตี ปารีส เมื่อปลายปีก่อน กับเหตุบอมบ์สนามบินที่ บรัสเซลส์ ล่าสุด ทำให้ฝรั่งเศสเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยช่วงฟุตบอลยูโรเป็นระดับสูงสุด จ้างการ์ดเพื่องานนี้ 10,000 คน กระจายกันไปดูแลความปลอดภัยทุกสนาม บอลแข่งทั้งหมด 51 นัด ใช้การ์ดนัดละ 900 คน
แฟนบอลที่มาชมเกม ก่อนเข้าสนามจะโดนตรวจเหมือนที่สนามบิน ต้องผ่านเครื่องสแกนโลหะ มีการตรวจพาสปอร์ตว่าชื่อตรงกับข้อมูลในตั๋วดูบอลหรือเปล่า
ส่วนบริเวณแฟนโซนที่เป็นจุดเสี่ยงเช่นกัน ก็จะมีกล้องวงจรปิดตรวจเช็คอย่างละเอียด ใครเข้ามาต้องผ่านเครื่องสแกนโลหะเหมือนที่สนาม ใครแบกกระเป๋าใบใหญ่จะถูกห้ามเข้าทันที
ฝรั่งเศสมั่นใจว่า “เอาอยู่” เพราะเตรียมพร้อม ซ้อมรับมือมาหลายเดือน
แต่การที่ฟุตบอลกระจายไปแข่งใน 10 เมือง 10 สนาม และมีคนเดินทางเข้าประเทศล้านกว่าคน ทำให้อัตราเสี่ยงยังสูงอยู่ดี
อย่าลืมว่าฟุตบอลรายการใหญ่มันเหมือนเทศกาล ไม่ได้มีแข่งบอลอย่างเดียว แต่มีกิจกรรมรื่นเริง มีอีเวนต์ให้คนร่วมสนุกมากมาย ฝรั่งเศสก็บอกเองว่าต้องการรักษาบรรยากาศความสุขไว้ ไม่อยากให้คนซีเรียสหรืออึดอัดเกินไป
แฟนโซนมีทั้ง 10 เมือง กิจกรรมความบันเทิงก็มีต่อไป
ตรงนี้เท่ากับว่าเจ้าภาพต้องดูแลอย่างต่ำ 3 อีเวนต์ ทั้งเกมฟุตบอลในสนามแข่ง ดูแลแฟนบอลในจุดใหญ่ที่อยู่รวมกัน และต้องคอยสอดส่องบริเวณย่านช้อปปิ้งใจกลางเมืองซึ่งนักท่องเที่ยวจะมากันเยอะ มีความพลุกพล่านสูง
การก่อเหตุรุนแรงไม่จำเป็นต้องแบกระเบิดมาบอมบ์ในสนาม แค่ไปตู้มย่านดาวน์ทาวน์และมีคนตายก็เสียหายแสนสาหัสกระทบบรรยากาศของยูโรแน่นอน
ถ้าคิดแบบเอาส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ฝรั่งเศสไม่ควรจัดงานใหญ่ในช่วงนี้
ยูฟ่าควรโยกเอายูโรไปเตะที่อื่นเหมือนอย่างที่ย้ายบอลอุ่นเครื่องคู่ เบลเยียม-โปรตุเกส ไปเล่นบ้านฝ่ายหลังแทนนั่นแหละ
ทำแบบนี้ไม่ใช่ยอมจำนนต่อผู้ก่อการร้าย แต่ทำเพื่อปกป้องคนบริสุทธิ์ที่ไม่ควรต้องมาเสี่ยงอันตรายแบบไม่มีเหตุผล
ฝรั่งเศสอาจจะมั่นใจ แต่ไม่มีทางดูแลได้ 100 เปอร์เซ็นต์
แค่ 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ที่มีสิทธิพลาด ก็หมายถึงชีวิตของคนที่ไม่เกี่ยว และไม่สมควรมาตายที่นี่
เพราะแฟนบอลไม่ใช่ทหาร ไม่ใช่ตัวประกันของฝ่ายไหนทั้งนั้น
