“ราชันชุดขาว” รีล มาดริด ที่ฟอร์มตกอย่างหนักในเกมลีกลาลีก้า สเปน แต่สามารถแก้ตัวในเวทียุโรปที่ตัวเองเป็นแชมป์เก่าศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการเปิดซานเตียโก้ เบร์นาเบว แซงชนะทีมแกร่งเหมือนกันอย่าง “เปแอสเช” ปารีส แซงต์แชร์แมง ซึ่งนำโดยเนย์มาร์ นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก 222 ล้านยูโร (8,658 ล้านบาท / อัตรา 1 ยูโร 39 บาท) ในช่วงท้ายเกม 3-1 เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์
แม้มาดริดจะเปิดฉากเป็นรอง หลังอาเดรียง ราบิโอต์ ทำประตูให้ปารีสนำไปก่อน 1-0 ในนาที 33 แต่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในวัยที่เพิ่งมากถึง 33 ปีต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถูกตำหนิเรื่องฟอร์มการเล่นยิงจุดโทษตีเสมอ 1-1 ให้เจ้าถิ่นนาทีสุดท้ายครึ่งแรก และเป็นประตูประวัติศาสตร์ที่ทำให้เจ้าตัว กลายเป็นนักเตะคนแรกที่สามารถทำประตูให้ทีมๆ เดียวแตะหลัก 100 ลูก
ก่อนราชันชุดขาวแซงนำ 2-1 ช่วง 7 นาทีท้ายครึ่งหลังจากโรนัลโด้คนเดิม และได้สกอร์ย้ำชัย 3-1 อีกลูกจากมาร์เซโล่ใน 3 นาทีถัดมา จบเกม รีล มาดริด ชนะ ปารีส แซงต์แชร์แมง ไปก่อน 3-1 ส่วนเกมนัด 2 มาดริดต้องไปเยือนปารีสวันที่ 6 มีนาคม
โดยโรนัลโด้ยืนยันทำนองว่า แม้จะทำผลงานในลีกแดนกระทิงดุไม่ดี แต่รีล มาดริด ซึ่งเป็นถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 ซีซั่นหลังสุด และแชมป์สูงสุด 12 สมัย กลับถูกโฉลกกับกรายการนี้ เพราะดูได้จากความกระตือรือร้นของนักเตะทุกคนเวลาอยู่ในสนาม สำหรับตัวเองก็ทำผลงานได้ดีในเกมนี้ หลังทำ 2 ประตูจนมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าชัย แต่รู้ดีว่ามาดริดยังไม่เข้ารอบต่อไป เนื่องจากยังเหลือเกมที่บ้านปารีสอีกนัด
นอกจากนี้ ทีมราชันที่ฤดูกาลก่อน ได้สร้างปรากฏการณ์เป็นสโมสรแรกที่ป้องกันแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อ และระบบการเล่นจากยูโรเปี้ยนคัพเดิมเมื่อซีซั่น 1992-93 ยังมีลุ้นเป็นทีมแรกในรอบ 42 ปีที่คว้าแชมป์รายการใหญ่ทวีปยุโรป 3 สมัยติดต่อจาก “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก เคยได้แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพในฤดูกาล 1973-74, 1974-75 และ 1975-76
เช่นเดียวกับซีเนอดีน ซีดาน อดีตตำนานแข้งรีล มาดริด ที่ผันตัวเป็นกุนซือ และคุมทีมได้ถึง 8 แชมป์ โดย 3 ในนั้นเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย และแชมป์ลีกลาลีก้าในรอบครึ่งทศวรรษ ทว่ากำลังมีข่าวใกล้โดนปลดจากตำแหน่งอย่างหนัก เพราะทำทีมในลีกซีซั่นนี้ได้ต่ำกว่ามาตรฐาน จนเสียหน้าตามคู่แค้นตลอดกาล ซึ่งเป็นจ่าฝูงเกมลีกถึง 17 คะแนนในเวลานี้ ก็ไม่ประมาทกับเกมนัด 2 เนื่องจากการไปเยือนปารีสอีก 3 อาทิตย์ข้างหน้า จะต้องเป็นเกมที่หนักหน่วงอย่างแน่นอน
ด้านเนย์มาร์ที่เพิ่งย้ายจาก “บาร์ซ่า” มาปารีสฤดูกาลนี้ เพื่อพ้นบารมีลิโอเนล เมสซี่ สตาร์ดังบาร์เซโลน่า และหวังมาสร้างความยิ่งใหญ่กับปารีส เชื่อว่าทีมใหม่ตัวเองยังไม่ตกรอบ 16 ทีม แม้จะแพ้ไปก่อนด้วยสกอร์ 1-3 และเกมนัดนี้ปารีสก็ไม่ได้เล่นแต่อย่างใด แต่คงต้องทำให้ดีกว่านี้ ถ้าอยากจะแซงทีมอย่างรีล มาดริด เข้ารอบต่อไป
สำหรับซีซั่นก่อน แนวรุกทีมชาติบราซิลที่เกิดวันที่ 5 กุมภาพันธ์ หรือวันเดียวกับโรนัลโด้ และเพิ่งอายุ 26 ปีรายนี้ เคยอยู่ในเหตุการณ์สมัยเล่นให้ทีมเก่าบาร์ซ่าบุกแพ้ปารีสไปก่อน 0-4 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเหมือนกัน และพลิกเข้ารอบด้วยการกลับมาถล่มชัยในถิ่นคัมป์นู 6-1
เกมอีกคู่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อดีตแชมป์ 5 สมัยจากอังกฤษ บุกถล่มปอร์โต้ ทีมดังถึงโปรตุเกส แบบไม่ไว้หน้า 5-0 โดยทีมเยือนได้ประตูจากการทำ “แฮตทริก” ของซาดิโอ มาเน่ นาที 25, 53 และ 85 ตามด้วยโมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาที 29 และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ นาที 69 ส่วนเกมนัด 2 ลิเวอร์พูลที่กุมความได้เปรียบถึง 5 ประตู จะได้กลับมาเล่นในแอนฟิลด์ของตัวเองวันที่ 6 มีนาคม

