มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ฤดูหนาว 2018 ที่เมืองพยองชาง ประเทศเกาหลีใต้ ปิดฉากลงแล้วเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในวันสุดท้าย ทีมฮอกกี้น้ำแข็งทีมชาติรัสเซียซึ่งต้องเล่นภายใต้ธงเป็นกลางเนื่องจากปัญหาโดนแบนแบบปูพรมเรื่องโด๊ปยา เฉือนชนะเยอรมนี 4-3 ในช่วงต่อเวลา รอบชิงชนะเลิศประเภททีมชาย นับเป็นเหรียญทองเดียวที่นักกีฬาชายจากรัสเซียทำได้ในพยองชางเกมส์ครั้งนี้
ด้านมาริต บียอร์เก้น นักสกีมือเก๋าชาวนอร์เวย์ คว้าเหรียญทองจากสกีครอสคันทรี 30 กม.หญิง ซึ่งเป็นอีเวนต์สุดท้ายของการแข่งขัน นับเป็นเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์เหรียญที่ 8 ของเจ้าตัว และทำเหรียญรางวัลรวมโอลิมปิกเกมส์ฤดูหนาวเป็น 15 เหรียญ (8 ทอง 4 เงิน 3 ทองแดง) เป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ฤดูหนาว
แชมป์ของตำนานสกีวัย 37 ดังกล่าว ส่งให้นอร์เวย์ครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองของพยองชางเกมส์หวุดหวิด ด้วยผลงาน 14 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน 11 เหรียญทองแดง ขณะที่อันดับ 2 เป็นเยอรมนี 14 ทอง 10 เงิน 7 ทองแดง และอันดับ 3 แคนาดา 11 ทอง 8 เงิน 10 ทองแดง
ในส่วนของพิธีปิดการแข่งขัน อิวานกา ทรัมป์ ลูกสาวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางไปให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติสหรัฐตั้งแต่หลายวันก่อน และเข้าร่วมพิธีปิดการแข่งขันด้วย
ขณะที่เกาหลีเหนือเรียกเสียงฮือฮาอีกครั้งด้วยการส่งนายพลคิม ยอง ชอล รองประธานคณะกรรมาธิการกลาง พรรคกรรมกร ซึ่งโดนขึ้นบัญชีดำโดยทางการเกาหลีใต้ และคณะรวม 8 คน เข้าร่วมพิธีปิด หลังจากคิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน ผู้นำโสมแดง เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เป็นความเคลื่อนไหวที่บรรเทาสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองในคาบสมุทรเกาหลีที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก


