สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เผยผลประกอบการของสโมสรระยะเวลา 1 ปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2017 ปรากฏว่า ทีมสุนัขจิ้งจอกมีกำไรหลังหักภาษี 80 ล้านปอนด์ (3,520 ล้านบาท) สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร อันเป็นผลมาจากการได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
ขณะที่กำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ 92.5 ล้านปอนด์ (4,070 ล้านบาท) พุ่งพรวดจากตัวเลข 16.4 ล้านปอนด์ (721.6 ล้านบาท) 1 ปีก่อนหน้านั้น ส่วนวงเงินหมุนเวียนของเลสเตอร์อยู่ที่ 233 ล้านปอนด์ (10,252 ล้านบาท)
ตัวเลขดังกล่าวทำให้เลสเตอร์มีผลกำไรหลังหักภาษีสูงกว่าทีมชั้นนำของลีกอย่างเชลซี 15.3 ล้านปอนด์ (673.2 ล้านบาท) และมากกว่าลิเวอร์พูล 39 ล้านปอนด์ (1,716 ล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกันเสียอีก
ครอบครัวศรีวัฒนประภา เจ้าของกลุ่มบริษัท “คิง เพาเวอร์” ในฐานะเจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ออกแถลงการณ์ว่า ประสบการณ์การเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปฤดูกาลก่อนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้บริหารอยากผลักดันทีมกลับไปอยู่ในจุดดังกล่าวอีกครั้ง โดยพร้อมทุ่มงบประมาณลงทุนซื้อนักเตะใหม่ ยกระดับสนามและอุปกรณ์ในการฝึกซ้อม รวมถึงงบปรับปรุงด้านต่างๆ เพื่อให้ทีมสามารถขยับขึ้นมาสู้กับสโมสรแนวหน้าของพรีเมียร์ลีกได้

