หลังจากที่นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แสดงความเห็นต้องการให้ นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยฯ? ซึ่งจะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ทำงานต่อเพื่อสานต่องานสำคัญที่จะเกิดขึ้นในช่วงปีนี้ทั้งกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย และการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ในเดือนตุลาคม
นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากข่าวที่ออกมานั้นยังไม่ได้มีการคุยกับรัฐมนตรีแต่อย่างใด แต่มีความเข้าใจว่าทางรัฐมนตรีนั้นมีความเป็นห่วงในเรื่องของความต่อเนื่องในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความเสี่ยงในการบริหารสัญญาของการจัดการแข่งขันโมโตจีพีทั้งในด้านการประสานงานกับทางดอร์น่า เจ้าของสิทธิ์โมโตจีพี รวมถึงผู้ประกอบการภายในประเทศ ซึ่งการจัดโมโตจีพี แม้รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี แต่เงินจัดการแข่งขันต่างๆ กกท. เป็นผู้ประมูลหาภาคเอกชนเข้ามาเพื่อหางบประมาณอีกกว่า 280 ล้านบาท
“รัฐมนตรีวีระศักดิ์น่าจะเป็นห่วงในส่วนนี้มากกว่า เพราะการจัดการแข่งขันมีรายการสำคัญที่มีเม็ดเงินจำนวนมาก รัฐมนตรีอยากให้คนที่เป็นต้นเรื่องในการดึงการแข่งขันเข้ามาจัดการให้เรียบร้อย เพราะในช่วงเวลาเดียวกันผู้ว่าราชการจ.บุรีรัมย์ ก็จะเกษียณอายุด้วย หากคนที่ทำงานเอาไว้ไม่อยู่เลยก็จะต้องเรียนรู้งานกันใหม่ ซึ่งผมก็จะทำงานให้จบ เพื่อจะได้เป็นแนวทางและเพื่อส่งงานต่อให้กับผู้ว่าการคนใหม่ได้ทำงานได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเตรียมนักกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ด้วยที่ท่านรัฐมนตรีก็เป็นห่วงพอๆกัน”
นายสกล กล่าวต่อว่า เรื่องของกระบวนการสรรหาผู้ว่าการ กกท.คนใหม่นั้น ทางคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เริ่มกระบวนการแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากนี้จะต้องเริ่มทำงานไปตามปฏิทินที่จะวางไว้ แต่ต้องใช้เวลาในการสรรหาพอสมควร บางครั้งหลังจบจากการแข่งขันโมโตจีพีแล้วอาจจะยังไม่ได้ตัวผู้ว่าการคนใหม่ด้วยซ้ำ
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเดือนมิถุนายน นายสกล จะมีอายุเกิน 60 ปี ซึ่งตามกฏหมายไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆได้ทั้งในฐานะปฏิบัติการแทน หรือรักษาการผู้ว่าการ กกท. อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลมีความต้องการให้ นายสกล ทำหน้าที่ต่อนั้น หน่วยงานต้นสังกัดจะต้องทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่ออาศัยมาตรา 44 ในการออกคำสั่งให้นายสกล วรรณพงษ์ สามารถต่ออายุราชการไปอีกเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้การเตรียมงานการเป็นเจ้าภาพ “โมโตจีพี” ของไทยไม่สะดุด

