สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2018 สัปดาห์ที่ 5 “มีต เดอะ วาริเออร์ส” ที่ห้องประชุมชั้น 1 สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ หัวหมาก เมื่อวันที่ 7 มีนาคม
คู่ไฮไลต์ที่อยู่ที่เกมระหว่าง “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 มี 7 แต้ม จะเปิดสนาม ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พบทีมจ่าฝูง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เก็บชัยรวด 4 นัดติด มี 12 แต้มเต็ม ในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม เวลา 19.00 น.
นายวสพล แก้วผลึก ผู้ช่วยโค้ชแบงค็อก กล่าวว่า ทีมกระหายที่จะเก็บ 3 แต้มแรกในบ้านให้ได้ ซึ่งปีนี้แบงค็อกเปลี่ยนแปลงทีมเยอะ ทำให้ยังเล่นขาดๆ เกินๆ ส่วนฟอร์มของ สุมัญญา ปุริสาย ที่ยิงประตูได้ 4 นัดติด โค้ชมาโน่ โพลกิ้ง ชอบเขามานาน เพราะมีคุณภาพระดับทีมชาติ มีความทุ่มเท จนเรียกฟอร์มเก่งกลับมา และเขาต้องรักษาฟอร์มการเล่นให้ได้
นายมนเสศร์ ธีรภานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทีมมีคิวเตะแน่น อาจส่งผลต่อสภาพร่างกายนักเตะ แต่เชื่อว่าโค้ชโบซิดาร์ บันโดวิช จะส่งผู้เล่นดีที่สุดลงสนาม และจะได้ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ที่ได้พักจากการติดโทษแบนในเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก กลับมา ซึ่งเกมเยือนแบงค็อกไม่ง่าย แต่จะทำผลงานให้ดีหวังเก็บ 3 แต้ม เพื่อเดินหน้าเพิ่มสถิติต่อไป
ขณะที่อีกคู่ “สวาดแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ทีมอันดับ 4 มี 9 แต้ม จะเปิดสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ พบทีมรองจ่าฝูง “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่เก็บชัยรวด 4 นัด มี 12 แต้มเต็มเช่นกัน ในวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม เวลา 19.00 น.
มล.โอรัส เทวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และผู้ช่วยผู้จัดการทีมนครราชสีมา กล่าวว่า นักเตะไม่มีบาดเจ็บ ไม่ติดโทษแบน พร้อมเปิดบ้านสุโขทัย คิดว่าเกมนี้จะต้องทีมใดทีมหนึ่งเสียสถิติบางอย่าง สุโขทัยปีนี้มีเกมรุกที่ดี ยิงประตูได้เยอะ ส่วนโคราชเสียประตูยาก ดังนั้นขึ้นอยู่กับจังหวะเกม แต่สต๊าฟโค้ชก็ได้เตรียมแผนมารับมือเกมรุกสุโขทัยไว้แล้ว
นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผู้จัดการทีมสุโขทัย กล่าวว่า โคราชมีการตัดเกมรุนแรง ผู้เล่นสุโขทัยที่จะลงสนามต้องฟิตเต็มที่ ส่วนแนวรุกเรามีความมั่นใจมาก ทั้ง เนลสัน โบนีญ่า และจอร์น บาจโจ้ ส่วน “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ยังย้ำว่า ยังจะมีทีเด็ดกว่านี้ ส่วนกรณีการต่อสัญญากับโบนีญ่านั้น ยังเร็วเกินไป แต่ได้คุยเกริ่นแล้ว ถ้าเขาแฮปปี้คงมีการต่อสัญญา
ส่วน “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 14 มี 4 แต้ม จะเปิดรังชลบุรี สเตเดียม พบ “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับ 13 ที่มี 4 แต้มเช่นกัน ในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม เวลา 18.00 น.
นายจีระศักดิ์ โจมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อทีมชลบุรี กล่าวว่า นักเตะมีอาการบาดเจ็บรบกวน ทั้ง ธีรพงษ์ ดีหามแห และอลงกรณ์ ประทุมวงศ์ แต่ขวัญกำลังใจทีมดีขึ้นหลังปลดล็อกคว้าชัยนัดแรกได้ ส่วนการพบบีจียอมรับว่า บีจีแข็งแกร่งแม้ชลบุรีจะได้เล่นในบ้าน แต่เราก็ได้ปรับปรุงทีม และแทคติคให้พร้อมที่สุดสำหรับการรับมือบีจี
โจเซฟ เฟร์เรร์ เฮดโค้ชบีจี กล่าวว่า การไปเยือนชลบุรีเป็นเกมที่ยาก แต่ทุกเกมล้วนกดดันหมด และทุกเกมบีจีต้องเก็บ 3 แต้ม จึงต้องเน้นเกมนี้ให้มาก สภาพทีมอาจมีนักเตะบางคนไม่ฟิต ส่วนแผนการเล่นของทีมไม่ได้โฟกัสว่าจะเล่นกองหลัง 3 หรือ 4 คน แต่จะพยายามเล่นให้มีความอันตราย และหยุดเกมรุกทีมคู่แข่งให้ได้ ซึ่งจะต้องไปวิเคราะห์ว่าจะจัดแผนอย่างไร
ด้านศึกหนีตายระหว่าง “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมอันดับ 17 หรือรองสุดท้ายในตารางที่มีเพียงแต้มเดียว จะเปิดเขาพลอง สเตเดียม พบ “มังกรโล่เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี ทีมอันดับ 16 ที่มีเพียงแต้มเดียวเช่นกัน ในวันศุกร์ที่ 9 มีนาคม เวลา 20.00 น.
นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย ผู้จัดการทีมชัยนาท กล่าวว่า สภาพทีมมีนักเตะบาดเจ็บหลายคน ทั้ง ปริญญา อู่ตะเภา และฟลอรองต์ ซินาม่า ปงโกลล์ ส่วนนักเตะที่หายเจ็บกลับมาคือ เดลวิน ปินเฮโร และดิยุฟ บีรัม คาดว่าจะได้ลงสนามกับเทโรที่จะทำให้เกมรุกมีประสิทธิภาพมากขึ้น และพยายามแก้ไขข้อผิดพลาดเพื่อเก็บ 3 แต้มในเกมนี้ให้ได้
นายธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมโปลิศ เทโร กล่าวว่า เกมนี้จะขาด สิทธิโชค ทัศนัย ที่เจ็บ ส่วน นนท์ ม่วงงาม ฟิตพร้อมลงสนาม ซึ่งคงต้องปรับเกมต่อเกม เพราะปีนี้เปลี่ยนนักเตะยกทีม จึงต้องใช้เวลาจูนแข้งใหม่เข้าใจระบบโค้ชสก็อต คูเปอร์ ส่วนเกมเยือนนัดนี้ไม่ง่าย แต่ยังเชื่อในทีมที่ยิงได้ทุกนัด แต่ต้องปรับเรื่องเกมรับ เชื่อว่าจะทำได้ดีขึ้น และกลับมาในเร็ววันนี้
สำหรับโปรแกรมคู่อื่น วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม เวลา 17.45 น. ราชนาวี พบ สุพรรณบุรี เอฟซี / เวลา 20.00 น. แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี พบ พัทยา ยูไนเต็ด / วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม เวลา 18.00 น. เชียงราย ยูไนเต็ด พบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, พีที ประจวบ เอฟซี พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และเวลา 19.00 น. การท่าเรือ เอฟซี พบ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด

