เวลา 10.00 น.วันที่ 13 มีนาคม61 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผช.ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีล็อคผลสกอร์ (ล้มบอล) แข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2017 พร้อมคณะกว่า 10 คน ได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐาน 10 แฟ้ม 3,000 หน้า และความเห็นสมควรฟ้องผู้ต้องหากลุ่มนายทุนพนัน, นักฟุตบอล และกรรมการตัดสินกับผู้ช่วยผู้ตัดสิน รวม 15 ราย ในความผิดร่วมกันล้มบอลและร่วมกันสนับสนุนล้มบอล ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ซึ่งมีโทษตามกฎหมายฐานเป็นผู้ให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้นักกีฬาอาชีพทำการล้มกีฬา ตามมาตรา 64, ฐานเป็นผู้ใดเรียกรับทรัพย์เพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่นฯ มาตรา 65, ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน เพื่อจูงใจให้การตัดสินไม่เที่ยงธรรม ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และฐานเป็นผู้ตัดสินเรียกรับทรัพย์สินฯ มาตรา 67 ระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 – 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และที่มีความเห็นควรไม่ฟ้อง 1 ราย มาส่งให้นายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาพิจารณาสั่งคดีต่อไป
โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า การดำเนินคดีนี้ก็เป็นไปตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร้องทุกข์ ซึ่งถือเป็นคดีแรกการล้มกีฬา หรือล้มบอล ที่ได้ดำเนินการภายหลัง พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพฯ ที่เริ่มบังคับใช้ปี 2556 ซึ่งพนักงานสอบสวนทำงานอย่างเต็มที่โดยเราไม่ได้เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ
ขณะที่ นายพรชัย ชลวาณิชกุลรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า ในส่วนการทำงานของอัยการ ได้ตั้งคณะทำงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 รับผิดชอบรวม 5-6 คน โดยมีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 6 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เบื้องต้นเท่าที่ทราบกลุ่มผู้ต้องหา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งในสำนวนมีหลักฐานเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน และแสดงให้เห็นเจตนาไว้ แต่อย่างไรก็ดีในการพิจารณาสำนวนอัยการจะทำโดยรอบคอบพิจารณาให้ครบถ้วน โดยอัยการจะกำหนดนัดให้ผู้ต้องหามารายงานตัวแบบเดือนต่อเดือน เพื่อรอฟังผลการสั่งคดี ซึ่งอัยการก็จะดำเนินให้รวดเร็ว ซึ่งคดีนี้ถือว่ากระทบต่อวงการกีฬาไทย เราก็จะดำเนินรอบคอบที่สุด



