“ร่มร่อน” แชมป์โลกของไทย ที่น้อยคนจะรู้จัก

23.03.18 | 09:36 น.

ถ้าพูดถึงกีฬาความหวังที่คนไทยรู้จักกันดี คงหนีไม่พ้นฟุตบอล,วอลเลย์บอล, มวยสากล, เทควันโด, แบดมินตัน เพราะนักกีฬาไทยไปสร้างชื่อเสียงทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียน ทวีปเอเชียนและระดับโลกมามากมาย แต่หารู้ไม่ว่า กีฬาที่สร้างชื่อให้ประเทศไทย อีกกีฬาก็คือ “ร่มร่อน”

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงงงว่าอะไรคือร่มร่อน?

นักกีฬาร่มร่อนของไทยก้าวไปถึงแชมป์โลกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในบ้านเรา แต่ตอนนี้ได้แพร่หลายในระดับเยาวชนมากขึ้น เด็กรุ่นใหม่หรือนักกีฬาส่วนใหญ่แล้ว เล่นกีฬาชนิดนี้ตามเพื่อนบ้าง หรือครอบครัวแล้วแต่บุคคลไป ช่วงอายุกำลังดีในการเล่นร่มร่อนประมาณ 15 ปีขึ้นไป หากต่ำกว่านั้น จะมีเรื่องของร่างการเป็นอุปสรรค บางคนตัวเล็กเกินไป น้ำหนักเบา อาจเป็นปัญหาระหว่างบิน

นักกีฬาบางคนอาจเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 8 ขวบบ้าง ทำให้ต้องเสริมเทคนิคด้วยการใส่ถุงทรายเพื่อเพิ่มน้ำหนักและสร้างความสมดุล ระหว่างน้ำหนักกับอุปกรณ์ร่ม

Advertisement

หลายคนเมื่อรู้ว่าเป็นกีฬาทางอากาศ ก็คิดว่าเป็นกีฬาที่มีอันตรายสูง การเกิดอุบัติเหตุย่อมมีผลเสียมากกว่ากีฬาภาคพื้นดิน อย่าลืมว่าการเซฟตี้ของกีฬาทางอากาศยิ่งสูง การรักษาความปลอดภัยของผู้เล่นต้องยิ่งเข้มงวด ไม่ว่าจะกีฬาไหนก็ตาม ล้วนมีอันตรายทั้งหมด หากเล่นถูกหลักและปฏิบัติอย่างถูกต้องอย่างเคร่งครัด ก็สามารถเล่นได้อย่างมีความสุขเช่นกัน

กีฬาทางอากาศถูกบรรจุในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติมาแล้ว 6 ครั้งติดต่อกัน เริ่มครั้งแรกในครั้งที่ 29 “มหาสารคามเกมส์” เมื่อ 5 ปีที่แล้ว มาครั้งนี้ กีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 34 “น่านเกมส์” ก็ยังคงจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

เมื่อก่อนคนที่เล่นร่มร่อนส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่เสียมากกว่า การแข่งขันของเยาวชนยังถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ นักกีฬาบางรายเพิ่งเล่นได้เพียงสองปี แต่บางรายเล่นเพียงปีเดียว มาแข่งขันเลยก็มี อยู่ที่การฝึกฝนว่ามีความต่อเนื่องและชำนาญเพียงใด

“อั้ม” ภูมิศิษฐ์ ธนสกุลกรแสง นักกีฬาพารามอเตอร์ทีมชาติไทยจาก จ.กำแพงเพชร ที่เคยคว้าแชมป์รายการ “เอเชี่ยน โอเชียนิค” ครั้งที่ 1 ที่ จ.ลพบุรี เมื่อไม่นานมานี้ รวมทั้งเป็นแขมป์ในรายการพารามอเตอร์ การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 33 “ชุมพร-ระนองเกมส์” เมื่อปีที่แล้ว เล่าว่า เสน่ห์กีฬาชนิดนี้ คือ เป็นกีฬาที่ทำให้ได้ปลดปล่อยตัวเอง ขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศ เป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง ได้คิดอะไรหลายอย่าง ตามใจเราต้องการ เริ่มเล่นครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 8 ขวบ ช่วงนั้นสิ่งที่เป็นอุปสรรคคือสัดส่วนของร่างกาย เพราะตัวเล็กมาก แต่ร่มมีขนาดใหญ่ ซึ่งก็เล่นเรื่อยมาจนพัฒนาและลงแข่งขันแบบจริงจังมา 2 ปีกว่าแล้ว

ภูมิศิษฐ์แนะนำว่า ช่วงแรกของการฝึกบิน ต้องฝึกตั้งร่มให้ได้ก่อน เมื่อตั้งร่มได้แล้วจึงจะฝึกการควบคุมร่ม ขั้นตอนนี้ครูฝึกจะสังเกตและประเมินขณะทำการบินอยู่ตลอดเวลา และคอยสื่อกันระหว่างครูฝึกกับผู้คุมร่มด้วยวิทยุสื่อสาร เพื่อคอยแนะนำเทคนิคการควบคุมที่ถูกต้อง หากว่าพอทำได้ หรือมองว่าสามารถคุมร่มได้แล้ว ผู้ฝึกสอนจะปล่อยให้ทำการร่อนได้ด้วยตัวเอง ร่มบินนั้นจะต้องเหมาะสมกับนักกีฬาด้วย หากมือใหม่แล้วใช่คลาสสูงๆ ก็เสี่ยงที่จะเกิดอันตราย ส่วนนักกีฬาต้องแต่งกายให้รัดกุมเพื่อความปลอดภัย ต้องสวมหมวกกันน็อคทุกครั้ง รองเท้าต้องเป็นแบบหุ้มข้อและต้องสวมถุงมือ แว่นกันแดดเพื่อลดการจ้าของแสงในระหว่างทำการบิน

ก่อนเริ่มบินจะต้องดูทิศทางลมในสนามเป็นหลัก หากลมเปลี่ยนทิศ แรงเกิน 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะไม่สามารถทำการแข่งขันได้ บางครั้งอาจจะต้องยกเลิกการแข่งขันไปแล้ว เนื่องจากต้องใช้ทิศทางของลมที่ชัดเจน เป็นการป้องกันความปลอดภัยได้และความเปรียบเสียเปรียบกันของนักกีฬา

ส่วนกติกาคร่าวๆ ของการแข่งขันกีฬาชนิดนี้แบบลงเป้าแม่นยำ(accuracy) คือ แข่งทั้งหมด 6 ทาสก์ แข่งครบแล้วนำคะแนนทั้งหมดรวมกัน และเอาคะแนนที่แย่สุดใน 6 ทาสก์ นี้ตัดออกไป นำ 5 ทาสก์ที่เหลือรวมคะแนนกัน ใครได้แต้มน้อยที่สุด คนนั้นชนะไป โดยนักกีฬาจะต้องทำการเทคออฟจากจุดเริ่มต้น และบังคับร่มลอยมายังเป้าวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 10 ซม. มีแผ่นอิเล็กทรอนิกส์ดิจิตอลวางอยู่ใต้เป้า เมื่อเหยียบตรงกลางเป้าก็จะมีตัวเลขบอก หากลงเกินจากเป้าคะแนนก็บวกไปเรื่อย เท้าจะต้องลงเป้าที่เท่านั้น หากว่าล้มไม่สามารถเอาเท้าลงตรงบริเวณเป้าได้ จะเป็นการฟาวล์ไปโดยปริยาย

ภูมิศิษฐ์ฝากบอกว่าหากเยาวชนหรือบุคคลใดสนใจอยากจะเล่นหรือลองดูสักครั้ง สามารถติดต่อมาได้ที่เฟชบุ๊กส่วนตัวของตัวเองได้เลยที่ facebook.com/aum.zaa.1291

ธนภัทร์ เล้าใจ กรรมการผู้ตัดสินกีฬาทางอากาศ เปิดเผยถึงกีฬาร่มร่อนว่า ไม่อยากให้มองว่าเป็นกีฬาอันตราย เพราะจริงๆ แล้วเป็นกีฬาที่มีความปลอดภัยสูง ไม่ว่ากีฬาชนิดกีฬาใด ล้วนแล้วมีความอันตรายหมด หากมีการสอนถูกวิธีของกีฬาแต่ละชนิด ก็สามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย โดยส่วนตัวแล้วได้ทำโครงการเข้าสู่โรงเรียน โดยเริ่มจากระดับประถมเพื่อผลิตเหล่าเยาวชน ไม่ได้หวังว่าร้อยคนแล้วจะได้ทั้งหมด เพียงแต่อยากให้ได้สัมผัส รู้ว่ากีฬานี้เป็นอย่างไร ซึ่งโครงการนี้ดำเนินมาถึงรุ่นที่สามแล้ว ผลตอบรับดีมาก ทางผู้อำนวยการโรงเรียนที่อยู่ในโครงการ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แบ่งชั่วโมงการเรียนให้ และจะเน้นเรื่องผลการเรียน ต้องขอผลการเรียนก่อน หากเล่นกีฬาแล้วผลการเรียนจะต้องไม่เสียด้วย

“ร่มร่อนหรือพาราไกลดิ้งเป็นกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของอุปกรณ์ค่อนข้างที่จะสูง เพราะอุปกรณ์ของการเล่นเริ่มแรกก็ปาเข้าไป 50,000 บาทแล้ว ไหนจะค่าฝึกสอน แว่นตาหรืออุปกรณ์เซฟตี้ต่างๆ บางครั้งเหยียบแสนบาทก็มี อายุของอุปกรณ์ใช้งานได้เต็มที่ 200 ชั่วโมงเท่านั้น ผู้ปกครองบางคนอาจต้นทุนน้อย ก็ไม่สามารถสนับสนุนลูกหลานได้เท่าที่ควร ยิ่งเป็นกีฬาชนิดนี้ด้วย ยิ่งถอดใจเพราะความเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย ขอเพียงเปิดใจสักนิด จะรู้เลยว่ากีฬาชนิดนี้ความปลอดภัยสูงมากทีเดียว”

ธนภัทร์บอกอีกว่า การแข่งขันในระดับนานาชาติ ไทยเป็นแชมป์โลกทั้งร่มร่อนและร่มบิน ประเทศที่เป็นคู่แข่งสำคัญคือ เกาหลีใต้ ที่คอยเบียด คอยสอดแทรกอยู่ตลอด แต่ก็ไม่สามารถล้มไทยได้ นักกีฬาร่มร่อนที่มีฝีมือขั้นระดับท็อป

ส่วนชีวิตหลังจากที่เลิกเล่นไปแล้ว ได้รับการบอกเล่ามาว่า ส่วนใหญ่จะผันตัวไปเป็นโค้ชผู้ฝึกสอน โดยจะสอนให้แก่ชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีเงินทุนในการจ้างที่สูงพอสมควร จึงอาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นักกีฬาจะยึดเส้นทางนี้

ทิศทางของกีฬาร่มร่อนในประเทศไทยนั้น ธนภัทร์บอกว่า มีความเป็นไปได้ที่นักกีฬาจะเล่นเป็นอาชีพ หากผู้ใหญ่ให้ความสำคัญ สนันสนุน อย่างจริงจัง เพราะสนามกีฬาในร่มสำหรับกีฬาร่มร่อนยังไม่มีในบ้านเรา อย่าลืมว่าไทยเป็นแชมป์โลกทั้งร่มร่อน ลงเป้าหมายแม่นยำและร่มบิน หากผู้ใหญ่มีความเมตตายืนมือเข้า สามารถการันตีได้เลยว่า ประเทศไทยจะเป็นมหาอำนาจของกีฬาร่มร่อนแน่นอน

สำหรับใครที่มั่นใจในต้นทุนและความกล้าของตัวเอง การร่อนไปบนอากาศเพื่อปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจก็เป็นอีกความท้าทายที่น่าสัมผัส ดีไม่ดีอาจค้นพบพรสวรรค์ของตัวเองจนก้าวไปเป็นแชมป์โลกคนใหม่เลยก็ได้