ฟุตบอลทีมชาตินัดกระชับมิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคม คู่เอก “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่เพิ่งคว้าแชมป์รายการระดับชาติครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กับศึก “ยูโร 2016” ภายใต้การคุมทัพของแฟร์นันโด ซานโตส ซึ่งมีโปรแกรมลับแข้งช่วง “ฟีฟ่า เดย์” 2 แมตช์ ที่สนามกลางประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เสียท่าส่งท้ายให้ทีมที่ไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้งยูโร 2 ปีก่อน และฟุตบอลโลกล่าสุด 2018 อย่าง “อัศวินสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ ขาดลอย 0-3
โดยโปรตุเกสที่ก่อนเกมนี้ ก็หวิดแพ้อียิปต์ 3 วันก่อน หลังคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะกัปตันทีมทำคนเดียว 2 ลูกในช่วงทดเวลาเจ็บให้ทีมพลิกกลับมาคว้าชัย 2-1 ต้องตกเป็นฝ่ายตามเนเธอร์แลนด์ที่มีโรนัลด์ คูมัน เป็นโค้ชนัดที่ 2 ถึง 0-3 ในครึ่งแรก จากเมมฟิส เดปาย นาที 11, ไรอัน บาเบิล นาที 32 และเฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ช่วงทดเจ็บ
แถมเปิดครึ่งหลังได้แค่ 16 นาที แชมป์ยุโรปทีมล่าสุดต้องเหลือ 10 คน เนื่องจากเจา คันเซโล่ ฟูลแบ๊กโปรตุเกส โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง
จบเกม ซานโตสมองโลกแง่ดีว่า ก่อนทีมได้แชมป์ยูโร พวกเขาก็แพ้บัลแกเรีย 0-1 ในเกมอุ่นเครื่องช่วงเดือนมีนาคมเหมือนตอนนี้เช่นกัน ดังนั้น จึงไม่คิดว่าลูกทีมจะสูญเสียความมั่นใจก่อนฟุตบอลโลกกลางปีนี้ที่ประเทศรัสเซีย อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับในความพ่ายแพ้ครั้งนี้ แม้จะให้สัมภาษณ์ทำนองตีความได้ทั้งแง่ยอมรับความจริง หรือแฝงความประชดประชันว่า
การที่เนเธอร์แลนด์ทำประตูได้ถึง 3 ครั้ง จากโอกาสทั้งหมดที่มีในเกมนี้แค่ 4 ครั้ง ก็สมควรเป็นฝ่ายคว้าชัยแล้ว

