ตามที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ กกท. เพื่อดำเนินการคัดเลือกบุคลากรข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. แทนนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ประกอบด้วย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการ, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ, นายอรรถฤทธิ์ ศฤงคไพบูลย์ และนายอรรถ นานา เป็นกรรมการนั้น
คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ กกท.ได้มีการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลากรเพื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. โดยได้กำหนดคุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ์จะได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. ดังนี้
1. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานด้านบริหารจัดการองค์กรและด้านส่งเสริมและพัฒนาการกีฬา หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา
2.มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กร (ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารภาคเอกชน ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหารสูงสุดขององค์กรและมีความรู้ประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันยื่นใบสมัคร, ในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารภาครัฐต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหารสูงสุดของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า และดำรงตำแหน่งทางการบริหารดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันยื่นใบสมัคร และในกรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหารสูงสุดหรือเทียบเท่าของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐนั้นและดำรงตำแหน่งทางการบริหารดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี) ซึ่งต้องเป็นการดำรงตำแหน่งย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันยื่นใบสมัคร
3. มีวิสัยทัศน์ด้านการบริหารจัดการองค์กร และด้านส่งเสริมและพัฒนาการกีฬา
4. มีความรอบรู้และความสามารถสูงในการตัดสินใจ สั่งการ การบริหารจัดการองค์กรโดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้การส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาบรรลุเป้าหมาย
5. มีภาวะการเป็นผู้นำ มีความรอบรู้ มีบุคลิกภาพ มีความสามารถสูงในการตัดสินใจ มีความสามารถในการสื่อสาร การบริหารงานบุคคล มีคุณธรรม จริยธรรมสำหรับผู้บริหาร มีความสามารถที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาของไทยในระดับนานาชาติ รวมทั้ง ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองคุณวุฒิ
หลังจากที่สิ้นสุดการเปิดรับสมัคร ซึ่งกำหนดให้ยื่นใบสมัครระหว่างวันที่ 9 – 23 เมษายน 2561 แล้ว คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ กกท. จะมีการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศจากใบสมัครและหลักฐานประกอบก่อน เพื่อประกาศรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนต่อไป หลังจากนั้น จะมีการพิจารณาเอกสารแสดงวิสัยทัศน์ ประกอบกับผลการทดสอบความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษจากสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ ของผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เพื่อคัดเลือกและประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาเบื้องต้น ให้เข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ด้านการบริหารจัดการองค์กร และด้านการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬา รวมถึง การพิจารณาบุคลิกภาพ หากไม่เข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ฯ ตามกำหนดดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์
อย่างไรก็ตามหากคณะกรรมการสรรหาฯ เห็นว่าจำนวนผู้สมัครน้อยเกินไปหรือไม่มีผู้สมัครคนใดสมควรได้รับการพิจารณาให้เสนอชื่อเพื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. คณะกรรมการสรรหาฯ สงวนสิทธิ์ที่จะขยายระยะเวลาการรับสมัคร หรือพิจารณายกเลิกการรับสมัครคราวนี้และดำเนินการรับสมัครใหม่ โดยผู้สมัครไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆได้ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสรรหาฯ จะเสนอชื่อผู้มีความเหมาะสมให้คณะกรรมการ กกท. พิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการ กกท. ตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่เห็นสมควรเท่านั้น และผู้สมัครต้องยอมรับในผลการตัดสินของคณะกรรมการสรรหาฯ โดยถือว่าเป็นที่สิ้นสุด
ทั้งนี้บุคลากรที่มีความประสงค์ที่จะสมัคร สามารถมารับเอกสารและแบบฟอร์มใบสมัคร หรือสามารถ Download ใบสมัครได้ที่ www.sat.or.th ระหว่างวันที่ 1 – 8 เมษายน 2561 และยื่นใบสมัครและหลักฐานประกอบการสมัครด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 9 – 23 เมษายน 2561 ที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล กกท. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. ในเวลาทำการระหว่างเวลา 08.30 น. – 16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทร. 0 2186 7170, 0 2186 7180 ส่วนกรณีที่ผู้สมัครไม่สามารถไปยื่นเอกสารด้วยตนเองได้ ให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นเป็นผู้ทำการแทน โดยใช้แบบฟอร์มที่ กกท. กำหนด.

