ความเคลื่อนไหวการเตรียมความพร้อมนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทยเพื่อเข้าร่วมแข่งขัน 2 รายการใหญ่ ทั้งชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศมาเลเซีย ปลายเดือนเมษายน และเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย เดือนสิงหาคม
ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี อุปนายกสมาคมกีฬายิมนาสติกฯ และประธานเทคนิกสหพันธ์ยิมนาสติกแห่งเอเชีย เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมได้รับอุปกรณ์ฝึกซ้อมเพื่อเซฟอาการบาดเจ็บของนักกีฬามาติดตั้งที่ศูนย์ฝึกเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ ทั้งรุ่นซีเนียร์ และรุ่นจูเนียร์ ช่วงปิดภาคเรียนได้ซ้อมอย่างต่อเนื่องจนถึง 4 ทุ่มเกือบทุกวัน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ ความแข็งแรง และความลงตัวมากที่สุด เนื่องจากล่าสุดการเดินทางไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการสหพันธ์ยิมนาสติกแห่งเอเชีย ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของคู่แข่งอย่างมาก ซึ่ง ยิมนาสติกลีลา มีทั้งสิ้น 17 ชาติ ส่วนยิมนาสติกศิลป์ชาย มี 19 ชาติ และยิมนาสติกศิลป์หญิงส่งแข่งจำนวน 16 ชาติ นับว่ามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ดร.กุสุมาลย์กล่าวต่อว่า สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ในส่วนของกีฬายิมนาสติก ครั้งนี้เป็นงานหินของนักกีฬาทีมชาติไทย เนื่องจากนักกีฬาระดับโลก อยู่ในเอเชียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอุซเบกิสถานที่เอานักกีฬารัสเซียมาเล่น, คาซัคสถาน (แชมป์เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งล่าสุด), จีน, ญี่ปุ่น (ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก), “เจ้าภาพ” อินโดนีเซีย มีการพัฒนาดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้มาเลเซีย ได้ลงทุนจ้างผู้ฝึกสอนดีกรีแชมป์โลกมาติวเข้ม แถมยังส่งไปหาประสบการณ์ที่ต่างประเทศอีกด้วย จึงเป็นความน่ากลัวสำหรับนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ดังนั้นจำเป็นต้องซ้อมอย่างหนักเพื่อสู้กับคู่แข่งในทุกๆ ชาติ ตอนนี้ได้กำชับให้นักกีฬาทุกคน ควบคุมน้ำหนักต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดห้ามเกิน 50 กิโลกรัม หากควบคุมไม่ได้ก็จำเป็นต้องตัดออกจากทีมทั้งนี้เพื่อความคล่องตัว กับเป้าหมายเหรียญเอเชี่ยนเกมส์


