“เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมจะใช้ศึกอีแกท ยกน้ำหนักนานาชาติ ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประเภทประชาชน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 1 และประเภทยุวชน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 1-10 พฤษภาคม ที่โรงยิมเทศบาลเมืองทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นเวทีในการคัดเลือกส่งจอมพลังทีมชาติไทยไปแข่งขัน 2 รายการใหญ่ ได้แก่ เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย และยูธ โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เดือนตุลาคม โดยในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่านักยกเหล็กจากจีน และคาซัคสถาน จะไม่ได้สิทธิ์ลงชิงชัย เนื่องจากยังไม่พ้นโทษแบนของสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิลยูเอฟ)ที่ประกาศห้ามจอมพลัง 9 ประเทศทั่วโลกลงแข่งขันในรายการต่างๆ เป็นเวลา 1 ปี ประกอบด้วย อาร์เมเนีย,อาร์เซอร์ไบจาน, เบลารุส, จีน, มอลโดวา, คาซัคสถาน, รัสเซีย, ตุรกี และยูเครน หลังจากที่มีการตรวจพบว่าฝ่าฝืนการใช้สารต้องห้าม 3 ครั้งขึ้นไป ในการตรวจซ้ำจากโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2008 ที่ประเทศจีน และโอลิมปิกเกมส์ ค.ศ.2012 ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งโทษแบนจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว
พล.ต.อินทรัตน์กล่าวว่า การไม่มีทั้งจีน และคาซัคสถาน ทำให้จอมพลังไทยมีโอกาสมากขึ้น แต่คงไม่ใช่งานง่าย เนื่องจากยังมีคู่แข่งอีกหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็นอุซเบกิสถาน, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน และเกาหลีเหนือ รวมถึงในเอเชี่ยนเกมส์ไม่มีการจำกัดโควต้านักกีฬา ทุกชาติสามารถส่งได้เต็มที่ ทางสมาคมฯ จึงไม่ประมาท และได้พยายามเตรียมนักกีฬาให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันยูธ โอลิมปิกเกมส์ ทั้ง 9ประเทศสามารถส่งนักกีฬาได้หมด เนื่องจากในระดับยุวชนได้รับการยกเว้น
“เอเชี่ยนเกมส์ ที่อินโดนีเซีย สมาคมจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อจะทำลายอาถรรพ์คว้าเหรียญทองมาให้ได้หลังไม่ได้มา 12 ปีเต็ม” เสธ.ยอดกล่าว

