7แคนดิเดตโชว์วิสัยทัศน์นอกรอบ! – ขาด’ณัฐวุฒิ-นิวัฒน์’ก่อนของจริงชิงผู้ว่ากกท.

25.04.18 | 17:01 น.

ความเคลื่อนไหวการสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนใหม่ แทนนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย เชิญผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. มาแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารงาน ที่สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาฯ ราชมังคลากีฬาสถาน กกท. หัวหมาก

มีผู้สมัครชิงตำแหน่ง 7 จาก 9 คนมาแสดงวิสัยทัศน์ ได้แก่ นายราเชลล์ ได้ผลธัญญา รองผู้ว่าการ กกท., พ.ท.รุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการ กกท., นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายกสมาคมกีฬาแห่ง จ.ศรีสะเกษ และนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังแห่งภาคอีสาน, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ลูกชาย ดร.สุวิทย์ ยอดมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.พิสัณห์ นุ่นเกลี้ยง ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข, น.ส.สุปราณี คุปตาสา คณะกรรมการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และนายอธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ อดีตนายกสมาคมยิงปืนฯ

ขณะที่นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท. และนายนิวัฒน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา ติดภารกิจไม่สามารถร่วมแสดงวิสัยทัศน์ได้

พ.ท.รุจ กล่าวว่า พร้อมที่จะใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตน ประสานความช่วยเหลือกับทุกองค์กรทุกภาคส่วน เพื่อให้ร่วมกันสนับสนุนกีฬาไปด้วยกัน รวมทั้งยังมีเพื่อน พี่ น้องในวงการกีฬาที่เคยร่วมงานกัน ลดปัญหาความขัดแย้งให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เลิกข่มขู่ ใช้ข้อบังคับในทางที่ไม่เหมาะสม ยึดหลักเข้าใจคน และร่วมมือกันทำงาน รวมทั้งตอนนี้ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สามารถนำเอายุทธศาสตร์มาเดินหน้า กกท. ไปพร้อมกันได้ เพื่อสร้างความหลากหลายและดึงความโดดเด่นที่ กกท.มีอยู่มาสร้างความเจริญก้าวหน้าให้องค์กร

นายราเชลล์กล่าวว่า ทำงานมาทุกตำแหน่งจนเป็นรองผู้ว่าการกกท. พบว่าทุกงานมีปัญหามากมาย จุดเด่นของตน คือ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี หาสาเหตุ สามารถแก้ปัญหาได้ เน้นให้คนดูกีฬามากขึ้น ปลูกฝังให้สนใจกีฬาตั้งแต่เด็ก มีการประชาสัมพันธ์กีฬาที่มากขึ้น เดินหน้าไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา ส่วนสิ่งที่จะเสนอให้เลิก จะไปทบทวนในทุกโครงการ ถ้าโครงการไหนไม่ดี จะยกเลิกทันที

Advertisement

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ถามว่าตัวเองเก่งที่สุดด้านไหน คงต้องบอกว่าเป็นเรื่องการมองเห็นโอกาส หลังจากที่ทำธุรกิจมานาน รวมทั้งได้ประสานงานกับสมาคมกีฬาหลายๆ สมาคมทั้งในระดับประเทศและระดับจังหวัด การจัดการอีเวนต์กีฬา รวมถึงมีส่วนสร้างสนามกีฬาในหลายๆ จังหวัด ทำให้เห็นถึงโอกาสที่ช่วยให้คนได้เล่นกีฬา และโอกาสให้บุคลากรกีฬาแสดงศักยภาพของตัวเองให้ดีที่สุด ให้สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมกีฬาจังหวัดร่วมมือกันใกล้ชิดมากขึ้น ลดขั้นตอนเรื่องเอกสาร วิเคราะห์ว่าการจัดอีเวนต์ใหญ่ๆ ในไทยให้ผลเสียอย่างไรกับชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งนำรายการกีฬาใหญ่ๆ ไปจัดในต่างจังหวัดให้มากขึ้น

ดร.ก้องศักด กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคิดคือ ทำให้ กกท.เป็นองค์กรดิจิตอล มีการเบิกง่ายเงินงบประมาณต่างๆ ที่ทันสมัยและรวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนเอกสาร เพื่อให้สามารถนำไปใช้พัฒนากีฬาได้เร็วกว่าเดิม ผลักดันให้ไทยเป็นประเทศแห่งกีฬา เน้นวิทยาศาสตร์การกีฬา เน้นให้เยาวชนมีน้ำใจนักกีฬาตั้งแต่เด็ก ซึ่งจะต่อยอดไปถึงวัยผู้ใหญ่ จะปรับปรุงกฎหมายกีฬาให้เกิดความเป็นธรรม ใช้ดุลยพินิจน้อยลง และเดินตามข้อบังคับให้มากขึ้น

น.ส.สุปราณี กล่าวว่า เชี่ยวชาญด้านบัญชี การเงิน ภาษีอากร และเป็นที่ปรึกษาด้านกีฬาหลายส่วน จะนำความรู้รอบด้านนี้มาประยุกต์ใช้ สร้างความสุขให้องค์กร ทำทุกอย่างที่จับต้องได้ ทำลายอีโก้และการเกี่ยงความรับผิดชอบของคนในองค์กร ให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมงานและทำงานอย่างสอดคล้องกันมากขึ้น ไม่ใช้กฎหมายไปในทางที่ผิด รวมทั้งนำกีฬาไปสร้างมูลค่าให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ดร.พิสัณห์กล่าวว่าได้มีส่วนร่วมในการวางยุทธศาสตร์สำคัญๆ มากมาย โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยทุกสมาคม จะนำเอาความรู้และยุทธศาสตร์เหล่านั้นมาทำให้เป็นรูปธรรม ให้โอกาสกับทุกคนที่อยากจะเล่นกีฬา นักกีฬา บุคคลากรกีฬา ได้แสดงความสามารถ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน เน้นสร้างความสุขด้วยกีฬา และลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ควรเน้นด้านธุรการมากเกินไป

นายอธิปรัฐกล่าวว่า เน้นนโยบายสรรสร้างเพื่อสร้างสรรค์ ด้วยนวัตกรรมมาจัดการในเรื่องกีฬาและการบริหารการเงิน ถ้าได้รับเลือกจะบริหาร กกท. โดยไม่ใช้งบประมาณจากภาครัฐ หารายได้มาบริหารเอง ส่วนโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจที่มีมาก่อนหน้านี้ จะไม่ใช้รัฐวิสาหกิจ แต่จะเปลี่ยนเป็นภาคเอกชน 1 องค์กรธุรกิจสนับสนุน 1 สมาคมกีฬาแทน ไม่ใช้กฎหมายและข้อบังคับในทางที่ผิดและเกินอำนาจ สนับสนุนการแข่งขันกีฬาทหารโลก