ศึกเจ็ตสกีชิงแชมป์ประเทศไทย “เจ็ตสกีโปรทัวร์ 2018” สนาม 2 ที่บึงศาลสมเด็จพระนเรศวรฯ จ.หนองบัวลำภู ระหว่างวันที่ 28-29 เมษายน การแข่งขันวันแรกวันที่ 28 เมษายน เป็นครึ่งทางแรก 2 โมโต
รุ่นที่น่าจับตาในสนามนี้เป็นรุ่นสปอร์ต จีพี ที่สุภัค เสร็จธุระ แชมป์ประเทศไทยรุ่นนี้ 7 สมัยซ้อน ลุ้นกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ หลังจากสนามแรกเป็นเพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ อดีตแชมป์ประเทศไทยรุ่นยักษ์ใหญ่ปรับรุ่นลงมาคว้าแชมป์สนามแรกที่ชุมพร
ในสนามนี้ เพิ่มพล จากทีมปูซาน นครปฐม ยังแข็งแกร่งทั้งเรือและความแข็งแกร่งเข้าที่ 1 ไปก่อนในโมโตแรก ขณะที่ สุภัค ตามเข้าที่ 2 ตามกันอยู่ 7 คะแนน ก่อนที่โมโต 2 แม้ สุภัค จะออกนำได้ก่อนแต่เรือมีปัญหาทำให้ เพิ่มพล แซงเข้าที่ 1 ได้อีก 1 โมโตเก็บ 120 คะแนนเต็ม ตามมาด้วย สุภัค 106 คะแนน และ ธภัทรวัฒน์ โจสรรค์นุสนธิ์ 81 คะแนน
ทั้งเพิ่มพล และ สุภัค มาลุ้นกันต่อในรุ่นโปรเจ็ตสกีนั่ง 1,100 ซีซี ก็ยังเป็นเพิ่มพล ที่เข้าอันดับ 1 ทั้งสองโมโต และ สุภัค เข้าที่ 2 ทั้งสองโมโตเช่นกัน จึงตามกันอยู่ 14 คะแนนอีกรุ่น อันดับ 3 เป็น อรรถพล คุณสา 84 คะแนน ก่อนจะไปวัดกันต่อใน 2 โมโตสุดท้ายวันอาทิตย์ที่ 29 เม.ย.
ขณะที่รุ่นยักษ์ใหญ่อย่างโปรเจ็ตสกีนั่ง จีพี เกมส์การแข่งขันยังเป็นการลุ้นกันของ “น้องน้ำ” อรพรรณ ธีรพัฒน์พาณิชย์ แชมป์เก่า กับ จุน อิโคม่า นักแข่งญี่ปุ่นที่ขับเคี่ยวกันตั้งแต่สนามแรก ก่อนที่อรพรรณได้แชมป์ไปแบบเฉียดฉิวชนิดที่คะแนนเท่ากัน
มาสนามนี้โมโตแรกทั้งคู่ออกสตาร์ทสูสีจนมาวัดกันที่หน้าเส้นชัยรอบแรกเป็น จุน อิโคม่า ที่เฉือนขึ้นนำและรักษาตำแหน่งได้จนจบ 10 รอบ เข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ตุนก่อน 60 คะแนน ขณะที่ อรพรรณ ตามลุ้นอยู่ที่ 53 คะแนน
ในโมโต 2 จุน อิโคม่า ออกตัวขึ้นที่ 1 ตั้งแต่รอบแรก ขณะที่ อรพรรณ ออกมาในอันดับ 5 ทำให้นักแข่งญี่ปุ่นนำโด่งเข้าที่ 1 อีกโมโตมี 120 คะแนนเต็ม ส่วน อรพรรณ ตามไล่จากอันดับ 5 มาจบอันดับ 2 ตามอยู่ที่ 106 คะแนน แต่นักแข่งหญิงไทยยังเหลือโอกาสแซงคว้าแชมป์ใน 2 โมโตสุดท้ายเหมือนในสนามแรก อันดับ 3 เป็น ศุภลักษณ์ นิลนพรัตน์ 87 คะแนน
ด้านรุ่นใหญ่ของเจ็ตสกียืน โอกาสยังเปิดกว้าง ณัฐกร ภูภัคดี แชมป์ประเทศไทยและแชมป์จากสนามแรกที่ขับให้ทีมเจตรินทีม บาย ยามาฮ่า เข้าที่ 1 ในโมโตแรก แต่โมโต 2 เรือเกิดเสียก่อนรอบสุดท้ายเป็น กษิดิศ ธีระประธีป เข้าที่ 1 ในโมโตนี้
รวมคะแนน 2 โมโตเป็น มุสตาน มิน นักแข่งกัมพูชาที่เข้าที่ 2 ทั้งสองโมโตมีคะแนนนำ 106 คะแนน ตามด้วย ภาคิน สาระสันต์ 91 คะแนน และ กษิดิศ กับ ณัฐกร 90 คะแนนเท่ากัน

