ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ แม้ว่าในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อคืนวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของทีม ต้องไร้มือขวาคู่ใจ เซลจ์โก้ บูวัช ที่ได้ชื่อว่าเป็น “มันสมอง” ของเขามาช่วยคุมทีม จนทีมบุกไปแพ้ โรม่า 2-4 แต่จากผลงานในนัดแรกที่เปิดบ้านชนะมาก่อน 5-2 ส่งผลให้ทีมหงส์แดงผ่านเข้ารอบไปอย่างเฉียดฉิวด้วยผลประตูรวม 7-6
เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของ ซาดิโอ มาเน่ ในนาทีที่ 9 ก่อนที่ เดยัน ลอฟเรน กองหลังของทีมจะเตะสกัดบอลไปแฉลบ เจมส์ มิลเนอร์ เพื่อนร่วมทีมเข้าประตูตัวเองไปในนาที 15 ทำให้โรม่าไล่มาเสมอ 1-1 แต่หลังจากนั้นอีก 10 นาที หงส์แดงแก้ตัวได้สำเร็จ เมื่อ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ทำประตูให้ทีมขึ้นนำ 2-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง โรม่ามาได้ประตูตีเสมอเป็น 2-2 จาก เอดิน เชโก้ ในนาที 52 และเกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ช่วงท้ายเกม ทีมเจ้าบ้านมาได้ 2 ประตูรวด จาก ราดย่า เนียงโกลัน ที่ยิงประตูให้ทีมในนาที 86 และยิงลูกโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ (นาที 90+4) ส่งผลให้โรม่าชนะไป 4-2 แต่รวมผล 2 นัด เป็นลิเวอร์พูลที่ได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศรายการนี้เป็นสมัยที่ 8 ด้วยผลประตูรวม 7-6
โดยลิเวอร์พูล ซึ่งเข้ารอบชิงชนะเลิศรายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี จะเข้าไปเจอกับ เรอัล มาดริด ที่สนามเคียฟ โอลิมปิก สเตเดียม ประเทศยูเครน ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ และถือเป็นการรีแมตช์รอบชิงชนะเลิศในปี 1981 ด้วย ซึ่งครั้งนั้น ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายเฉือนชนะมาดริด 1-0 คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 3 ต่อจากปี 1997 และ 1978

