‘วิชญ์’ ยันสรรหาผู้ว่า กกท.โปร่งใส เสนอชื่อคนเดียวชงบอร์ดชี้ขาด 11 มิ.ย.

4.05.18 | 14:17 น.

สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ประสานงานเชิญ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มาพบปะสื่อมวลชนถึงแนวทางการดำเนินการสรรหาผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ แทน นายสกล วรรณพงษ์ ที่จะเกษียณอายุราชการลงในตำแหน่งวันที่ 30 มิถุนายน ที่ห้องประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ บ้านอัมพวัน ถนนศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม

พล.อ.วิชญ์ เปิดเผยว่า ขั้นตอนการดำเนินการจะตรวจสอบเอกสารของผู้สมัครชิงตำแหน่งทั้ง 9 คน วันที่ 25 พฤษภาคม และจะสอบภาษาอังกฤษ วันที่ 30 พฤษภาคม จากนั้นจะเรียกทั้ง 9 คนมาแสดงวิสัยทัศน์นโยบายต่อคณะกรรมการสรรหา วันที่ 4-8 มิถุนายน ก่อนจะเสนอชื่อเพียงคนเดียวต่อคณะกรรมการ กกท. หรือ บอร์ด กกท. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ในวันที่ 11 มิถุนายน

 พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า หาก บอร์ด กกท.มีมติเห็นชอบก็จะยื่นเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอมติเห็นชอบให้ผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ เริ่มทำหน้าที่ในวันที่ 1 กรกฎาคมทันที แต่หากบอร์ด กกท.ไม่เห็นชอบก็จะต้องกลับมาเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่ทั้งหมด ซึ่งตามข้อบังคับกำหนดให้รองผู้ว่าการ กกท.ทำหน้าที่ “รักษาการณ์” ไปก่อน และไม่สามารถต่ออายุของผู้ว่าการได้

“แม้กรอบเวลากระบวนการสรรหาจะค่อนข้างกระชั้นชิดเกินไป แต่คณะกรรมการจะพยายามเร่งทำงานกันอย่างรอบคอบให้ดีที่สุด และจะคัดเลือกคนที่มีประสบการณ์จริงๆ เข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ สามารถตัดสินใจในการแก้ไขข้อขัดแย้งได้ แต่ยืนยันว่าจะสรรหาคนที่ประสบการณ์ และมีวิสัยทัศน์ที่ดีเข้ามาทำหน้าที่ผู้ว่าการ กกท. คนใหม่ เพราะอย่างที่ทราบกันต้องดูแลงบส่วนกีฬานับพันล้านบาทด้วย” พล.อ.วิชญ์

ส่วนข้อคำถามที่ได้มีการวิเคราะห์ว่าผู้สมัครชิงตำแหน่งทั้ง 9 คนต่างมีเบื้องหลังแรงสนับสนุนจากฝ่ายต่างๆ นั้น พล.อ.วิชญ์ ระบุว่า ตัวเองไม่เคยพูดคุย ไม่รู้จักกับทั้ง 9 คน และไม่ได้มองว่าคนนั้นเป็นเด็กคนนู้นคนนี้ แต่ก็จะให้เกียรติผู้สมัครทุกคน และจะต้องดูตามคุณสมบัติ โดยจะวางตัวให้เป็นกลางมากที่สุด และไม่เอนเอียง ซึ่งยันยันว่ากระบวนการทั้งหมดจะมีความยุติธรรม และโปร่งใส่อย่างแน่นอน

Advertisement

“ย้อนไปดูที่ผ่านมาตัวผมได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมาตลอด ไม่เคยกดโกง ซึ่งการมาทำหน้าที่ตรงนี้ก็จะทำด้วยความยุติธรรม และโปร่งใส ส่วนหากมีการฟ้องร้องกันในภายหลังก็ไม่ได้กลัวในเรื่องนี้เลย เพราะยืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ซึ่งหากใครจะไปฟ้องร้องก็เป็นสิทธิของเขา แต่ตามข้อบังคับก็ระบุชัดเจนว่าให้ยอมรับคำตัดสินของคณะกรรมการสรรหาแล้วด้วย” ประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ กกท.กล่าว

พล.อ.วิชญ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท.ทั้ง 9 คนถือว่า มีคุณสมบัติ คุณวุฒิ และมีประสบการณ์ในวงการกีฬามายาวนาน ทุกคนมีความเหมาะสมที่จะเข้ามาทำหน้าที่ แต่ก็คณะกรรมการจะพยายามสรรหาคนที่ดีที่สุด และสำคัญที่สุดคือเรื่องประสบการณ์ เพื่อเข้ามาบริหารองค์กร และให้เดินหน้าพัฒนาวงการกีฬาไทยให้ก้าวต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้า