เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมตามเวลาท้องถิ่น ที่เมืองเฆเรซ ประเทศสเปน นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกเดินทางจากประเทศสเปนกลับประเทศไทย หลังเสร็จภารกิจดูงานการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก 2018 “โมโตจีพี” สนามที่ 4 จากทั้งหมด 19 สนามตลอดฤดูกาล ที่เมืองเฆเรซ ประเทศสเปน เพื่อนำไปเป็นข้อมูลการเตรียมการเป็นเจ้าภาพของไทย ที่ช้าง บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในสนามที่ 15 ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561
ส่วนที่ประเทศสเปนยังเหลือคณะจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กทท.) นำโดย พ.ท.รุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพ และสิทธิประโยชน์, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผอ.ฝ่ายกีฬาอาชีพ กกท. รวมถึงจังหวัดเจ้าภาพอย่าง จ.บุรีรัมย์ นำโดยนายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้จัดการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เข้าชม “โมโตจีพี” วันแรกซึ่งเป็นรอบการฝึกซ้อมของนักแข่งจากทุกค่าย
พ.ท.รุจ แสงอุดม นำทีมงานจากเมืองไทย เข้าให้กำลังใจ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักซิ่งวัย 22 ปีชาว จ.ขอนแก่นจากฮอนด้า ทีม เอเชีย ซึ่งเป็นนักแข่งชาวไทยหนึ่งเดียวในศึก “โมโตจีพี” ลงแข่งรุ่นโมโตทรี (250 ซีซี) โดย พ.ท.รุจ บอกกับนครินทร์ว่า กกท.ขอเป็นกำลังใจ และให้ตั้งใจทำผลงานเพื่อสร้างชื่อเสียงนักแข่งชาวไทยให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก กกท. ยินดีให้การสนับสนุนนักกีฬาไทยทุกประเภทอยู่แล้ว
ด้านนครินทร์ เปิดเผยว่า ลงแข่งโมโตจีพีแบบเต็มฤดูกาลมาเป็นฤดูกาลที่ 2 ซึ่งปีที่แล้วไปครบ 18 สนาม แต่ปีนี้เพิ่มมาเป็น 19 สนาม ก็จะต้องลงแข่งครบ 19 สนาม โดยที่ผ่านมาแล้ว 3 สนามในปี 2018 จบอันดับที่ 18 ใน 2 สนามแรก ส่วนสนาม 3 จบอันดับที่ 23 ส่วนสนามที่ 4 ซึ่งเป็นสนามที่คุ้นเคยและมาแข่งขันบ่อย เชื่อว่าจะทำผลงานได้ดีกว่า 3 สนามที่ผ่านมา เป้าหมายยาวๆ ในปี 2018 อยากติดท็อป 10 เมื่อจบฤดูกาล หรือได้ขึ้นโพเดียมสนามใดสนามหนึ่ง
ขณะที่ พ.ท.รุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า การที่ได้ร่วมคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาศึกษาดูงานการเตรียมความพร้อมของสเปนจัดแข่งขัน”โมโตจีพี” นั้นถือว่าได้ประโยชน์สำหรับผู้เกี่ยวข้องกับการจัดแข่งขันในเมืองไทยอย่างมาก เราได้เห็นระบบการบริหารจัดการแบบมืออาชีพในหลายๆ ด้าน สนามแข่งขันที่เมืองเฆเรซมีจุดเด่นมีความเป็นธรรมชาติมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของสนามแข่งในทวีปยุโรป และเป็นสนามที่เก่าแก่จัดมาอย่างยาวนาน ดังนั้นการได้มาเห็น ได้มาเก็บข้อมูลของฝ่ายไทยจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดในการเตรียมงานใหญ่เดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน
พ.ท.รุจกล่าวต่อว่า ปัจจุบันมอเตอร์สปอร์ตถือว่าเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาที่น่าสนใจมากเพราะจะสามารถต่อยอดไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมกีฬาที่ยั่งยืนในอนาคตเนื่องจากมีเรื่องของการผลิต การส่งออกสินค้ามูลค่ามหาศาลระหว่างกันของหลายๆ ประเทศ ดังนั้นเห็นว่าไทยก็ควรมีการผลิตนักแข่งก้าวสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะโมโตจีพี ที่ปัจจุบันนครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ เป็นนักแข่งไทยคนที่ 3 ต่อจาก “ฟีม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ และ “ติ๊งโน้ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ที่ได้แข่งขันแบบเต็มฤดูกาล
“วงการมอเตอร์สปอร์ตเป็นยุทธศาสตร์การสร้างมูลค่าทั้งในเรื่องของตัวเงิน และภาพลักษณ์แบรนด์ต่างๆ ในวงการ สำหรับโมโตจีพีที่ไทยเราไปรับมาเป็นเจ้าภาพ 3 ปีนั้น ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล และเราต้องแสดงให้ชาวโลกเห็นว่าไทยมีศักยภาพทั้งเรื่องของการเป็นเจ้าภาพ และเรื่องของของการพัฒนากีฬาวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทย” รองผู้ว่าการ กกท.กล่าว
รองผู้ว่าการ กกท.กล่าวในตอนท้ายว่า การที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น ต้องเกิดจากความร่วมมือกันของทุกๆ ฝ่าย ทั้งภาครัฐบาล ซึ่ง กกท.จะร่วมมือกับภาคเอกชน และภาคท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ในฐานะเจ้าของสถานที่อย่างเต็มที่ โดยช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ทางดอร์น่า สปอร์ต จะยกทีมงานเดินทางมาประเทศไทยเพื่อติดตามความคืบหน้า และให้คำแนะนำในการเป็นเจ้าภาพของไทยอีกครั้งหนึ่ง





